รีวิวทุกที่

www.everywherereview.com เป็นเว็บที่รวบรวม สาระน่ารู้ประโยชน์ต่างๆ พร้อมกับการรีวิว อุปกรณ์ , เครื่องสำอาง , สนามวิ่ง , ร้านอาหาร และ ชวนทำชวนกินของอร่อย

Breaking

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทรลทำมือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทรลทำมือ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2562

มิถุนายน 04, 2562

รีวิวสนามวิ่ง :: Phasom Trail 2019 ระยะ30 Km. เทรลทำมือ(DNFแรกของปี)

Phasom Trail 2019ระยะ 30 Km.เทรลทำมือ (DNFแรกของปี)



Hello สวัสดีทุกคน เราหายจากความเหนื่อยแล้วกว่าจะมาเล่า งาน PhasomTrail 2019 คงได้อ่านของเพื่อนๆ พี่ๆ นักวิ่งท่านอื่นบางแล้ว 5555+ วิ่งก็ช้า กลับมาเขียนบันทึกก็ช้า มีดราม่าหลงทางกันไปจนจบแล้วเราพึ่งมาเล่าให้ฟัง  อ่านๆ แก้เหงาไปละกัน  เผื่อไว้ปีหน้าใครอยากจะลองลงวิ่งสนามนี้ดู  สนามนี้เป็นสนามที่แอดมินวิ่งเมื่อต้นปีเมื่อเดือนมกราคม 62 ที่ผ่านมา  ถ้าไม่อยากวิ่งก็สามารถไปเที่ยวกันได้นะคะ  ชาวบ้านน่ารักแอดมินเองยังติดใจอยากจะไปเที่ยวอีก เข้าเรื่องสนามวิ่งกันดีกว่า
-----------

- ความเดิมจากโพส 7 วันที่ก่อนวิ่งจริง -

-----------

อาทิตย์หน้าแล้วจะต้องไปสอบเลื่อนระยะแล้ว  เป็นเทรลแรกของปีและเป็นงานวิ่งแรกของปี 2019 ของเรา ตอนสมัครก็ชั่งใจว่าควรที่จะลงระยะเท่าไร แต่ด้วยความอยากท้าทายตัวเอง กดดันให้ตัวเองออกไปซ้อมเลยลงเอ่ยระยะนี้ จากที่สมัครก็ปักหมุดซ้อม ก็ซ้อมงูๆ ปลาๆ นั้นละ นั้งมองตัวเองว่าอ่อนอะไร ? ก็หาที่ซ้อม ขอเกาะงานเก็บระยะของตะนาวศรีซ้อมในช่วงแรกเพื่อเป็นไกด์ไลท์ในการซ้อม หัดออกวิ่งซิตี้รัน เจอบันไดสะพานลอยวิ่งขึ้น สะพานพระปิ่มเกล้า อรุณอัมรินท์ ฯลฯ วิ่งขึ้น ที่ขาดไม่ได้คือบันไดลานจอดรถเดอะมอลลอาศัยเป็นที่ซ้อมหลักในช่วงแรก เรียกว่าหัดใหม่แทบหมด เพิ่มระยะซ้อมต่อวัน ได้มีเพื่อนที่วิ่งเก็บระยะด้วยกันในช่วงแรกบอกว่าให้วิ่งถึงระยะที่ลงไว้ ซ้อมให้ถึงๆ พอเวลาวิ่งจริงแล้วจะได้วิ่งสนุก แต่ช่วงหลังเราเริ่มแผ่วการซ้อมลง เพราะมีอาการเจ็บ ก็ต้องพัก พอหายก็ซ้อมใหม่ เพิ่มการยืดเหยียด เพิ่มความแข็งแกร่งนิดหน่อย ทำแบบนี้สลับกันไปถึงวันนี้ (11/01/62) เหลืออีก 7 วันจะถึงวันวิ่งจริงแล้ว ผลการวิ่งออกมาจะเป็นยังไงเราไม่รู้ ไม่หวังเวลาที่ดีขอให้ #วิ่งจบและไม่เจ็บเท่านี้ ถ้าจะ DNF เราก็ยินดียืดรับผลนี้ เราจะไม่เสียใจเพราะตลอดระยะเวลาที่ซ้อมมาเราก็เต็มที่แล้ว (DNFบนดอยมันเท่นะเว้ยแก)
บันทึกไว้ก่อนวิ่ง 7 วัน ( วันที่ยังคงอาการเสียวเอ็นต้นขาอยู่ )
11/01/62 
ฝน

ระยะ 30 km.

-----------
วันเดินทางจริงและวันจัดงานมาถึง
-----------


วันเดินทางจริงคือวันที่ 18 /01/19 ช่วงเวลา 21.00 น. และไปถึงที่งานในวันที่ 19 /01/19  เราออกเดินทางด้วยรถตู้ของงานผาส้มเทรลที่บริการรับส่งนักวิ่งจากกรุงเทพ ฯ - ผาส้ม และ นำพานักวิ่งกลับจากผาส้ม - กรุงเทพ ฯ ในวันกลับคือวันที่ 20/01/19  

บรรยากาศงาน ผาส้มเทรล

เรามาถึงงาน 19/01/19  ซึ่งบรรกาศที่ได้เห็นมันบรรยากาศแบบบ้านๆ ดูอบอุ่น เพราะว่าที่งานวันนั้นมีการจัดงานวันเด็กบนดอย ทำให้เราคอยตื่นตาตื่นใจไปกับงานด้วยเรียกว่าอินกับงานนี้ ได้เห็นวิถีชาวบ้านที่ตั้งใจจัดงานและบรรจงทำด้วยใจ  
บรรยากาศภายในงานวันที่ 19/01/19

เห็นเด็กน้อยกำลังมุ่งล้อมวงอยู่ตรงต้นมะขามป้อม 555+ เราพลอยยืนยิ้มที่เห็นเด็กน้อยกำลังสนุกสนาน และเราก็ได้รับมะขามป้อมจากคุณพ่อ (คุณตา)ที่ยืนชี้มะขามป้อมให้เด็กน้อยว่าลูกมะขามป้อมมันตกไปทางไหนบางยืนขำกันอย่างสนุกสนาน  จากไม่ชอบกินมะขามป้อมก็ต้องกินงานนี้ละเพราะว่าไม่กล้าปฏิเสธ 555+ คิดซะว่าเป็น “welcome drink ”ฉบับบนดอย 
"Welcome drink"ฉบับ ผาส้มเทรล

ช่วงเวลาบ่าย 2 โมง เจ้าหน้าที่เริ่มเช็คอุปกรณ์ พร้อมรับบ BIBและแจกผ้าห่มพร้อมหมอน 

บรรยากาศในการรับ BIBและ ลานกางเต็นท์ ใครจองเต็นท์ไว้เจ้าหน้าที่ก็จะจัดเต็นท์ที่พักไว้ให้ เราก็นอนขดในเต็นท์นี้เหมือนกัน

ในส่วนกลางคืนก็มีการแสดงเล็กน้อยๆ จากเด็กๆ ตีกลองสะบัดชัย พร้อมกับตั้งแคมป์ปิ้งมัน ปิ้งข้าวหลามกันอย่างสนุกสนาน เรียกได้ว่าเป็นการตอนรับอย่างอบอุ่น ทำให้รู้สึกว่าชาวบ้านทุกคนก็ต่างเต็มทีกับการจัดงานในครั้งนี้ พร้อมกับมีพระอาจารย์มาชี้แจ้งวัตถุประสงค์ว่าจัดเพราะอะไร และ จัดงานเพื่ออะไร ประโยคตรงนี้เราจำไม่ได้ค่อยแต่พอได้ฟังแล้วก็เข้าใจและรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมงานวิ่ง 

ฟังบรีฟเส้นทางที่ทาง RD กับอธิบาย และ การแสดงของเด็กๆที่ทำการตอนรับ พร้อมกับให้เผาข้าวหลามกันอย่างสนุกสนาน  หนาวก็หนาว 555+

-----------
วันเดินทางจริงและวันจัดงานมาถึง
-----------

วันวิ่งจริงมาถึง วันที่ 20/01/19  สำหรับระยะ 30 km. ปล่อยตัวตอน 6 โมงเช้าซึ่งจะปล่อยตัวหลังระยะ 45 km. อยู่ 30 นาที 
ก่อนออกจากจุดสตาร์ท ก็ถ่ายรูปกับเพื่อนใหม่ชื่อ พี่ติ

บนดอยนั้นมืดมากอุปกรณ์บังคับที่ผู้จัดทำการแจ้งมานั้นจึงสำคัญมาก  พิธีกรทำการส่งสัญญาณปล่อยตัวระยะ 30 km. เราพวกแนวหลังก็วิ่งต๊อกๆ ตามๆ กลุ่มแนวหน้าไป แต่เราเป็นคนวิ่งช้า ไฟคาดหัวต้องเปิดไว้ตลอดทาง เส้นทางวิ่งเป็นมีหินลอย สิ่งสำคัญนั้นต้องไม่คาดสายตาเส้นทาง และต้องมี “สติในการวิ่งเป็นอย่างมาก”  วิ่งช่วงแรก ๆ 5 กิโลแรกก็ยังทันระยะ 30 km. พอถึงช่วงที่ต้องปีนขึ้นเขาเท่านั้นและ 555+ อยากจะร้องขอ DNF ไม่ใช่ว่ากลัวอันตรายอะไรนะ แต่หัวใจแม่งดีดเป็นจิงโจ้เลย 5555+ ขึ้นไปก็ปักไม้โพลไป แล้วก็พักไป ควักยาดมที่เตรียมมาออกดม แล้วก็ปักไม้โพลขึ้นต่อ ตื่นเต้นตลอดทางปีนขึ้น  มีอาการงองแงตลอดทางขึ้น กว่าจะขึ้นไปสุดทางเรียกได้ว่า ระยะ 15 km. ก็ตามมาทัน ช้าแค่ไหนถามใจเธอว์ดู 5555+ พอนึกๆแล้วก็ขำ ซึ่งช่วงระยะนี้ในเพจ dnf6+ ของลุงเบนได้บอกไว้แล้วว่ามันชันมากนะ  เราก็ไม่คิดว่ามันจะชันขนาดนี้!!!   แต่พอขึ้นจากทางที่ต้องปีนขึ้นต้องมุดรั่วขึ้นไปอีก โชคดีมีพี่ๆคอยจับรั่วไว้ให้ พอถึงก็รีบเข้าห้องน้ำถอดเสื้อชั้นที่สองออกเพราะว่าเริ่มร้อน  ได้ไหว้พระเจ้าทันใจ  ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศคือรูปที่อยู่บนหน้าปกนั้นละ  ความเหนื่อยหายไป ตรงจุดนี้ได้เจอเพื่อนก็หยุดถ่ายรูปด้วยกัน 
เมย์บอกว่าห้าม DNF นะ 555+ เราขอโทษ 

แต่ความปีนยังไม่จบ ต้องวิ่งต๊อกๆ ต่อไป ค่อยมองสัญญาลักษณ์ว่าต้องขึ้นทางไหนอีก  พอถึงก็ต้องค่อยๆปีนขึ้น แล้วก็บ่นกับตัวเองว่า ต้องปีนไปอีกนานแค่ไหน  นี้มันชีวิตขาขึ้นชัดๆ  น้องๆที่ค่อยบอกทางได้ยินก็ขำกัน  ด้วยความวิ่งช้าและค่อยสังเกตว่ามีสัญญาลักษณ์ตรงไหนจึงทำให้เราไม่หลง  วิ่งไปเสพธรรมชาติไป จนจะถึง CP2 มีพี่สาวขาแรงตะโกนถามว่าระยะ 30 หรือเปล่าค่ะ เราก็ได้ตอบไปว่าใช่ค่ะ พี่เค้าบอกว่า เค้าหลงไป 10กว่าโล  เราตกใจ  น้อง CP2 ก็ถามเราว่า พี่หลงไปกี่โล เราตอบน้องไปว่า “ พี่วิ่งช้า ไม่หลงค่ะ ”  แหม่ๆ ตอบอย่างภูมิใจว่างั้น  5555+ ระยะ 30 หลงกันเยอะมาก ด้วยความริบบิ้นมันเล็กและไม่ชัดเจน ถ้าไม่ค่อยสังเกตุก็อาจจะเลยจุดตัดให้เลี้ยวไปได้  ชีวิตช่วง CP 2 ยังขึ้นๆลงๆ เป็นระยะ และจากที่ขึ้นๆ ลงๆ ในป่าเย็นมากถึงแม้ว่าจะมีแดดออกมาบางแล้ว ช่วง CP 2 ไป CP 3 นี้ซิ มันคือชีวิตขาขึ้นของจริง ขึ้นแล้วก็ขึ้น แล้วก็ยังคงขึ้นไปเรื่อยๆ เจอพี่ๆกลุ่ม ระยะ 30 km. เป็นระยะ เราก็ดูนากาไปเรื่อยๆ พร้อมกับคำนวนเวลาแล้วยังไงก็ไปไม่ทัน CP 3 แน่นอน  ผลัดเปลี่ยนหน้ากันไปกับกลุ่มที่เราเกาะไป เราไปไม่ทันเราก็บอกให้พี่ๆ ไปก่อน หัวใจมันดีดเป็นจิงโจ้อยู่ 5555+ ชีวิตขาขึ้นหัวใจมักดีดเสมอ เราก็เริ่มงัดเสบียงออกมากิน น้ำพร้อม เจลพร้อม ลูกอมพร้อม ที่สำคัญคือถุงยาเราก็เตรียมเอาไว้พร้อมมาก 5555+ เรียกง่ายๆ ว่าเราไม่ประมาทกับเรซนี้  นกหวีดอย่าคิดว่าไม่ได้ใช้กลายเป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณอย่างดีตอนเวลาหาริบบิ้น  เรายังคงวิ่งตามพี่ๆ ไปอย่างช้าๆ และ พี่ๆก็หายไป เราก็วิ่งคนเดียวต๊อกๆ ต่อไป ไม่สนใจเวลาแล้วตอนนี้  วิ่งอ้างว้างอยู่ลานต้นสน...

" มันอ้างว้างเหลือเกิน มันช่างเหงาเหลือเกิน " เพลง  เหงา  ของลิปตาก็มาค่ะ

** หน้าเราเริ่มบวมเพราะว่าเกลือแร่ในร่างกายเริ่มไม่เท่ากัน นี้คือสิ่งที่นักวิ่งเทรลต้องตะหนักถึงด้วยนะคะ แม้ว่าอาการนี้จะไม่อันตราย แต่เราก็จะประมาทไม่ได้เช่นกัน **

ระยะ 45 km.ผ่านไปที่ละคน 2 คน บอกว่าสู้ๆ นะคะ ส่วนเรานั้นก็วิ่งงองแงอยู่ตัวเองคนเดียว แต่ขาก็ยังต๊อกๆไปช้าๆ วิ่งขึ้นไปถึงหอดูไฟ  แล้วก็ถามตัวเองว่าให้กูมาดูอะไรเนี้ย 555+ มดกัดยุบยับไปหมด ไม่บีบมดแต่เป่าปู๊ด ๆ ให้มดมันร่วงไปเอากับเราซิ !!! พอจบจากหอดูไฟแล้วก็คือชีวิตขาลงเธอว์  ขาลงก็ลงจริงจังมีช่วงลงอยู่จังหวะที่เป็นหินลอยเล็กๆ ไม้โพลมีไว้ก็ช่วยอะไรเราไม่ได้ ปักหน้า ปักหลังก็ไม่ได้ หงายท้องตูดไถลลงอีก ลงดีๆไม่ได้ก็เอาตูดไถ่ก็ได้วะ 555+ ก็ค่อยๆเอาตูดไถ่ลงมาแล้วก็มองขึ้นไปดูแม่งชันไม่ว่าแถมยังลืนอีก เอ่อ !!!   555+  เพราะเป็นชีวิตขาลง มันก็ลงเรื่อยๆและ ลงจนถึง CP 3 ถึงตรงนั้นประมาณกิโลที่ 20 km. พร้อมวางไม้โพลแล้วบอกน้องที่อยู่ตรง CP3 ว่า พี่ขอ DNF ค่ะ ขึ้นรถตรงนี้ได้เลยหรือเปล่าค่ะ  น้องที่อยู่ตรงจุด CP 3 ยังคงให้ปั้มนิ้วลง map และ ให้ยางเช็คพอยท์ พร้อมบอกว่า พี่นั้งรอรถตรงนี้ได้เลยนะครับ เราก็นั้งรอรถตามน้อง CP3 บอกแล้วค่อยมองระยะ 30 ที่จะ DNF ด้วยกัน สนุกสนาน  เจอระยะ 45 km. ก็ค่อยเชียร์ ส่งกำลังใจให้ไปต่อ คุณพ่อเอาข้าวมาให้กิน ก็กินตุยๆ อย่างอร่อย เราไม่เสียใจนะที่เรา DNF เพราะ เราบรรลุเป้าหมายของเราแล้ว ด้วยการตอนรับอย่างอบอุ่นของชาวบ้าน ด้วยวิวตลอดสองข้างทาง มันถูกเติมเต็มหมดแล้ว  


ปีหน้าต้องไปเก็บที่เหลือใหม่ให้ครบเรซ

“ขอกลับไปอัพร่างใหม่ ” แล้วจะกลับไปปีหน้าจะกลับไปล้างตา 555+

ส่วนพี่สาวเราผ่านระยะ 45 km. อย่างชิวๆ เจ๊เก่งมาก ตัวเล็กและแข็งแรงมากจริงๆ 

 “ สุดท้ายขอขอบคุณทีมงานชาวบ้าน น้องๆ และ เด็ก ๆ เหล่าอาสาสมัคร ทุกท่าน  ที่จัดงานนี้ออกมา ถึง
แม้ไม่ได้ดีที่สุด และ ก็รู้ว่าจัดด้วยใจ ” 

จบแล้วค่ะ ไว้มาอ่านใหม่ในสนามวิ่งหน้านะคะ 

เครดิตรูปและบทความ  :: รีวิวทุกที่