รีวิวทุกที่

www.everywherereview.com เป็นเว็บที่รวบรวม สาระน่ารู้ประโยชน์ต่างๆ พร้อมกับการรีวิว อุปกรณ์ , เครื่องสำอาง , สนามวิ่ง , ร้านอาหาร และ ชวนทำชวนกินของอร่อย

Breaking

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิ่งเทรล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิ่งเทรล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 08, 2562

อุปกรณ์ในการวิ่งเทรลเบื้องต้น

อุปกรณ์ในการวิ่งเทรลเบื้องต้น 3 อย่างเท่านั้น

เรารู้แล้วว่าการวิ่งเทรลนั้นคือการวิ่งในเส้นทางที่วิบากและท้าทายตามกลางป่า และ หุบเขา ของแต่ละภูมิภาคซึ่งในการจัดงานวิ่งเทรลบางที่ผู้จัดก็ไม่สามารถนำน้ำดื่ม อาหารสำรอง เข้าไปจัดเตรียมให้กับนักวิ่งได้  ตัวนักวิ่งเองจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตนเอง และ เพื่อความปลอดภัยในการวิ่งที่อยู่ตามทางกลางป่า อุปกรณ์หลักๆนั้นมีไม่เยอะ  ส่วนมากจะเป็น accessory ที่ใช้ประกอบในตอนถ่ายในสนามซะมากกว่า

อุปกรณ์ในการวิ่งเทรล 

  • รองเท้าสำหรับวิ่งเทรล  :: อยากยกให้ส่วนรองเท้าเป็นส่วนสำคัญที่สุดเพราะว่าขึ้นชื่อว่าวิ่งทามกลางป่า และ หุบเขา เราต้องหารองเท้าที่เหมาะกับสภาพพื้นที่นั้นๆ เพื่อเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนตัว กระโดด ปีน หรือ ตอนกำลังก้าวไต่ขึ้นที่สูง รองเท้าสำหรับวิ่งเทรลจึงเป็นส่วนสำคัญมาก เคยเห็นนักวิ่งหลายๆท่านที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรองเท้า สุดท้ายเจอความสูงที่ต้องไต่ขึ้นไปต้องไถลลื่นลงและทำให้เกิดการบาดเจ็บ ถ้าเป็นภายนอกก็รักษาง่ายหน่อยแต่ถ้าเกิดบาดเจ็บภายในกล้ามเนื้อเราไม่สามารถมองเห็นได้เลยและอาจจะหมดสนุกตอนวิ่งไปอีกเลย 
  • เป้น้ำหรือกระเป๋าคาดเอวที่สามารถพกพาขวดน้ำ :: สนามวิ่งเทรลหลายๆสถานที่จัดอยู่ในกลางหุบเขาที่มีผาสูงชัน หรือ ไม่ก็เขาไปในป่าลึกๆ ซึ่งไม่สามารถนำสิ่งของไปจัดตั้งเตรียมไว้บริการการน้ำดื่มให้กับนักวิ่งได้ ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญรองลงมาจากรองเท้าคือเป้น้ำหรือกระเป๋าคาดเอวที่สามารถพกพาขวดน้ำได้ สำหรับขนาดและความจุของกระเป๋านั้นขึ้นอยู่กับสนามที่เราไปวิ่งและกฎข้อบังคับของงานนั้นๆ ส่วนมากจะแนะนำไม่ต่ำกว่า 1 ลิตร  เข้าไปวิ่งในป่าเราไม่ควรประมาทนะจ๊ะ  
  • เสื้อ กางเกง ถุงเท้า :: สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เสื้อและกางเกงสำหรับใส่วิ่งเทรลนั้นควรจะมิดชิดเพื่อป้องกันการโดนหนามหรือหินที่บาดผิวซึ่งเสื้อผ้า กางเกงที่สวมใส่นั้นจะต้องระบายอากาศได้เป็นอย่างดีและมีความยืดหยุ่นตามร่างกายเราได้
  • อุปกรณ์อื่นๆ  แล้วแต่ความสะดวกและการเงินในกระเป๋าของเราเอง
สิ่งที่อยากจะบอกก็มีอยู่ 3 อย่างเท่านั้นละคะ เพราะบางนักวิ่งบางคนที่เราเจอมักจะเห็นต้องขาดอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 ข้อแล้วก็บ่นตลอดเส้น  บางก็บาดเจ็บจากรองเท้าที่ไม่เกาะพื้นดินและรองเท้าไม่เหมาะกับสภาพพื้นผิวของสถานที่นั้นๆ บางก็หิวน้ำเพราะไม่ได้เอาเป้น้ำมาเพียงหวังว่าผู้จัดจะไม่ใจร้ายอาจจะมีน้ำดื่มให้ในจุดที่ภูเขาสูง  อยากให้คิดเอาไว้แบบนี้ ผู้จัดเตรียมจุดน้ำดื่มไว้ให้แต่บางจุดและบางจุดผู้จัดก็ไม่อาจเข้าไปถึงได้  เราอยากให้นักวิ่งหน้าใหม่ที่จะเริ่มเข้ามาวิ่งเทรลตะหนักถึงความปลอดภัยของตัวเอง ถ้าให้ดีทางทีมงานแจ้งอุปกรณ์บังคับแนะนำให้ทำการเตรียมไปตามผู้จัดแนะนำ อย่าคาดหวังกับผู้จัดงานมากเกินไป แม้กว่าจะเสียเงินค่าสมัครราคาแพงก็ตาม สิ่งสำคัญในการสมัครงานวิ่งให้คิดว่าเรามาวิ่งเพราะอะไรและต้องการอะไรในการวิ่งครั้งนี้  แล้วนักวิ่งทุกคนจะได้วิ่งเทรลอย่างสนุกและปลอดภัย 

เครดิตรูป :: jungfrauregion.swiss/en/summer/see-and-do/activities/trail-running 
เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่ 

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 05, 2562

วิ่งเทรล ( trail-running ) คืออะไร

วิ่งเทรล ( trail-running ) คืออะไร

เรามาทำความรู้จักกับการวิ่งแนวใหม่ที่พึ่งเข้ามาในบ้านเราได้ไม่นานแต่ในปี2019 ช่วงต้นปีถึงกลางปีมานี้งานวิ่งเทรลนี้บูมขึ้นเป็นดอกเห็ดซึ่งแต่ละจังหวัดของประเทศไทยก็มีเส้นทางที่เหมาะกับการจัดงานวิ่งเทรลอยู่ได้หลายจังหวัด การวิ่งทามกลางป่า และ เส้นทางวิบาก ที่แตกต่างจากการวิ่งตามท้องถนนหรือพื้นผิวถนนที่เรียบนั้นเป็นเสน่ห์ของเส้นทางวิ่งเทรล  ด้วยความท้าทายในร่างกาย ทำให้นักวิ่งหน้าเก่าหน้าใหม่หลงใหลในการวิ่งเทรลมากขึ้น 
ข้อดีของการวิ่งเทรล 
1 คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด  และสูดอากาศที่บริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปวด บรรยากาศที่เงียบสงบและสดชื่น (แล้วแต่ช่วงฤดูกาล) เพิ่มสมาธิต่อการวิ่งได้เป็นอย่างดี
2 บางครั้งการวิ่งที่ได้มองธรรมชาติรอบกาย ได้มองต้นไม้น้อยใหญ่ มีเสียงแมลง นกร้อง ทำให้คุณรู้สึกสงบ และผ่อนคลายความเครียด ซึ่งหาไม่ได้จากการวิ่งตามพื้นถนน
3 เป็นเสมือนการผจนภัย เชื่อได้เลยว่าคนที่ได้วิ่งเทรลแรกๆ ต้องมีหลงเส้นทาง  แต่ยังหาทางกลับเข้าเส้นทางหลักได้ บางทีการวิ่งเทรลมันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นเพราะเราจะไม่รู้ว่าเวลาอยู่ในป่าจะต้องเจออะไรบาง ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการวิ่งเทรลที่ไม่สามารถควบคุมได้แตกต่างจากวิ่งในเมือง
4. ได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน การวิ่งเทรลอย่าวังว่าจะได้เจอทางเรียบแบบไร้เนินเขา  ด้วยเสน่ห์ของการวิ่งเทรลนั้นจะต้องวิ่งขึ้นวิ่งลง กระโดด และ ใช้มือยืดค้ำ กล้ามเนื้อ ปอดและหัวใจต้องทำงานหนักกว่าการวิ่งในเมือง  ถ้าเราผ่านไปได้จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นแน่นอน
5 สนามแข่งจะไม่มีความจำเจ  สร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิ่งทุกท่านได้เสมอ ถ้าลองบอกว่าวิ่งระยะฮาล์ฟในหัวเมืองต่างๆ ก็พออาจจะเดาเส้นทางได้ แต่การวิ่งเทรลนั้นต้องมาลุ้นเส้นทางกันว่าทางผู้จัดจะให้เราวิ่งไปทางเส้นทางไหน มีความชันและพื้นสภาพการวิ่งนั้นเป็นอย่างไร
6 เหมือนได้เป็นการออกไปเที่ยว การวิ่งเทรลส่วนมากจะเกาะกลุ่มกันไป บ้างก็ไปออกวิ่งกับก๊วนรู้ใจ จะได้คอยช่วยกันในตอนหลงป่า  ความเร็วในการวิ่งเทรลนั้นไม่ค่อยสำคัญเท่ากับความสนุกที่ได้ในการวิ่งไปกับเพื่อนๆ ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและชาวบ้านพื้นอาศัยในพื้นที่นั้นๆด้วย

รู้แล้วอย่างนี้เราอยากจะชวนเพื่อนๆไปวิ่งเทรลด้วยกันตื่นเต้นและท้าทาย ทามกลางป่าไม้ หุบเขาเล็กใหญ่รอพวกเราอยู่นะคะ  อย่ามั่วแต่อยู่แต่ในบ้านบนโลกนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย แบ่งเวลาเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อออกมาฝึกซ้อมพร้อมกับทำให้ร่างกายแข็งแรง  

อ้างอิง :: stepextra.com
เรียบเรียง :: แอดมินฝน รีวิวทุกที่ 

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562

มิถุนายน 19, 2562

เขาประทับช้างเทรล 2019

รีวิวสนามวิ่ง งานวิ่งเขาประทับช้างเทรล 2019  ( KPTC2019)

สวัสดีทุกคนจบไปแล้วสำหรับงานวิ่งเขาประทับช้างเทรล 2019 เรียกได้ว่าเป็นงานวิ่งเทรลงานดีมาก สนามไม่อันตรายไม่ยากและไม่ง่ายสำหรับมือใหม่  และการรีวิวสนามนี้ในมุมมองของฝนเองเท่านั้นมันไม่ใช่งานเทรลอนุบาลอย่างที่ทุกคนเคยรับรู้มา ฝนอยากให้ทุกคนคิดไว้เสมอว่าความยากง่ายของในมุมมองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และ จุดรับความเสี่ยงของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะมาวิ่งเทรลให้เพื่อนๆทุกคนทำการบ้านก่อนถึงวันวิ่งจริง วางแผนการซ้อมให้ดี อุปกรณ์บังคับ อุปกรณ์แนะนำที่ผู้จัดแนะนำควรมีอะไรบาง และถ้าระยะไหนมีการให้ฟังบรีฟเส้นทางเราควรที่จะฟัง ไม่ใช่ฟังแต่คนอื่น เห็นคนอื่นไม่เอามาเราก็ไม่เอาไปตาม สิ่งที่เราไม่ควรลืมคือ ร่างกาย  การซ้อม และประสบการณ์ในการลงสนามของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ตอนสมัครมือลั่น ใครๆก็เป็น  เพื่อนลากลงบาง ไปอ่านรีวิวคนโน้นคนนี้มาบางเลยลงตามแต่ไม่เคยทำการบ้านก่อนวันวิ่งจริง พอวันวิ่งจริง บ่น และ ด่ากันระนาว แต่ไม่เคยมองที่ตัวเองเลยว่าทำการบ้านมาดีแล้วหรือยังเพียงพอมั้ยสำหรับการวิ่งเทรลที่นี้ ที่ฝนเขียนแบบนี้เพราะว่าฝนผ่านมาแล้ว คิดว่าซ้อมดีแล้ว ทำการบ้านมาอย่างดี แต่สุดท้ายคือประสบการณ์วิ่งเทรลน้อยมากและไปลงในระดับที่ยากมากสุดท้ายก็ DNF ฝนต้องกลับมาทบทวนตัวเองใหม่ทั้งหมดว่าเราซ้อมพอสำหรับสนามนี้หรือไม่ เพื่อนๆสามารถลองเข้าไปอ่านได้ที่ รีวิวสนามผาส้มเทรล งาน DNF แรก และ เป็นงานวิ่งที่ฝนทุ่มเทในการซ้อมปรับเปลี่ยนใหม่ทั่งหมดแต่สุดท้ายก็ไม่รอด พร่ำซะยาวเรามาที่บรรยากาศงานเขาประทับช้างกันดีกว่า …
ครั้งนี้ฝนเดินทางกับ แพนด้าพาวิ่ง เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือไปรถตู้ 2 คันค่ะ นักวิ่ง 20 กว่าชีวิตที่เดินทางไปด้วยกันเป็นมิตรภาพเล็กๆที่ก่อตัวขึ้นระหว่างทางวิ่ง  พี่ติ๊กและพี่เต้ยได้นำพานักวิ่งทุกที่สถานที่จัดงานงานวิ่งเทรลเขาประทับช้างเรียกได้ว่าเป็นงานระดับจังหวัดก็ได้เพราะงานใหญ่มีรูปแบบที่ชัดเจน ซึ่งปีก่อนก็มีดราม่ากันแต่ทางผู้จัดได้ออกมาขอโทษทำให้นักวิ่งทุกคนค่อนข้างพอใจ และ มีระบบในการเช็คหมายเลขผู้สมัครที่ชัดเจน ภายในงานไม่วุ่นวาย มีหลายๆมุมที่จัดไว้ให้กับนักวิ่งถ่ายรุปเล่นกัน
มุมลงทะเบียนสำหรับเช็คชื่อ หมายเลขประจำตัวนักวิ่ง และ เสื้อวิ่ง

วิธีการรับหมายเลขประจำตัววิ่งก็เพียงแค่นำบัตรประชาชนยื่นให้กับเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ก็จะทำการเช็คชื่อปริ้นสลิปออกมาเป็นแบบนี้จากนั้นก็นำสลิปไปยื่นให้กับน้องๆที่คอยหยิบเสื้อและหมายเลขประตัววิ่งให้อีกทาง พอเราได้รับของเรียบร้อยแล้วเราก็เซ็นชื่อรับเพื่อเป็นหลักฐานว่าเราได้รับมาเรียบร้อยแล้ว  อยากจะบอกว่าทุกอย่างเป็นระบบและระเบียบเรียบร้อยมาก
บอร์ดนี้ไว้สำหรับนักวิ่งไว้ถ่ายรูปกัน มาสคอสก็ต้องให้เข้ากันกับชื่อของานซิเนอะ เขาประทับช้าง ก็ต้องมีช้างซินะจ๊ะ 
มีร้านค้าหลายๆร้านมาออกมาร้านขายของกัน  เรียกว่าดูดทรัพย์จากนักวิ่งกันไป 5555+ ฝนก็โดนทุกครั้งที่ไปวิ่งนั้น เพราะบางทีก็ไม่มีเวลาไปซื้อตามร้านก็ต้องอาศัยตรงนี้ละช่วยได้เยอะ แต่ที่สำคัญได้ลดเปอร์เซ็นต์ด้วย ไปที่ร้านโดยตรงลดบ้างไม่ลดบ้าง
 ก่อนที่เราจะเข้าที่พักกันก็ถ่ายรูปโชว์บิบ  เพื่อประกาศกร้าวว่าเราจะลงวิ่งพรุ้งนี้ในระยะนี้นะเธอว์และโพสลง FB ไป 55555+  ฝนว่าเป็นกันทุกคนใช่ไหม  ถ่ายรูปทีไรตาไม่เคยจะโตเหมือนกับคนอื่นๆเค้าเลยจริงๆ นะ  ในการมาครั้งนี้ก็มีช่างภาพจากเพจCUTOFF มาด้วยนะเอ่อ เห็นพี่ติ๊กว่าไปด้วยทุกทริปนั้นละ  พี่ติ๊กและพี่เต้ยได้พาทุกคนเข้าที่พักเรียบร้อย พาไปทานข้าวเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการวิ่งหนักในวันพรุ้งนี้
ชุดสำหรับการวิ่งพร้อมมากค่ะ เป็นการบูชาหลายเลขบิบของนักวิ่ง  55555+ ฝนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน วิ่งทุกสนามถ่ายทุกสนามซิหน๊า รอบนี้ฝนลงวิ่งในระยะ  21 km. ไต่สะสมอยู่ที่ 200+ กว่านิดๆ ขึ้นภูเขาสองลูก ดูจากในแผนที่ชันพอเหนื่อย  เห็นเสบียงไหมอย่างกับจะไปออกรบตั้งแค้มป์ที่ไหน ลูกอม + ช๊อกโกแลต+เจลพลังงาน 55555+ ถึงหลงป่าก็ยังอยู่ในป่าได้อีกวันกว่าๆ 
แผนที่ที่เจ้าหน้าที่แจกมีประโยชน์นะคะ ไม่ใช่แค่เศษกระดาษโบว์ชัวร์  ในระยะของฝนไม่มีการบรีฟเส้นทางแต่ฝนใช้ดูจากโบว์ชัวร์แผ่นนี้ละจ๊ะ จากนั้นก็อาบน้ำนอนเพื่อเตรียมตัว จะมานั้งเมาส์มอยท์ไม่ได้เดี๋ยวไม่ได้นอนแล้วจะไปใจหวิวจะเป็นลมอีก นอนๆ 

---- ตัดมาที่วัน 16/06/62 ----


ตื่นตี 3 ครึ่งเพื่อมาอาบน้ำเตรียมตัวเพราะนัดกันที่รถตอนตี 5 พี่เต้ยจะเป็นคนขับรถพานักวิ่งไปที่งานในรถคันนี้จะมีระยะ 21 km. และ ระยะ 32 km. ซึ่งระยะที่ 32 km. จะมีพี่เหมียวและพี่ติ๊กวิ่งในระยะนี้ ปล่อยตัวตอน 6 โมง และ ระยะ 21 km. ปล่อยตัว 6 โมงครึ่ง  พี่ติ๊กกับพี่เหมียวได้ปล่อยตัวออกไปแล้วจากนั้นก็เป็นเวลาของระยะ 21 km. นักวิ่งในระยะนี้ก็มารวมตัวกันที่หน้าจุดสตาร์ท  
นักวิ่งระยะ 21 km. ได้ทำการปล่อยตัวแล้ว  นักวิ่งระยะ 21 km. ค่อนข้างเยอะ และฝนเชื่อว่ามีนักวิ่งบางคนคือเทรลแรก  สำหรับฝนผ่านมาหลายเทรลแล้วยังไม่ค่อยพัฒนากับเค้าเลยต้องอกหักเมื่อต้นปีมา 5555+ วิ่งตามเส้นทางไปเรื่อยๆ
เส้นทางในการวิ่งช่วงแรกนั้นไม่ยากมีเนินขึ้นๆลงๆ พอสนุก ตลบไปด้วยฝุ่น  เป็นป่าไผ่ซะส่วนมาก และ พื้นเป็นทราย ซึ่งทำให้วิ่งลำบากแต่ก็พอไปได้  มีพี่ตากล้องหลายๆค่ายดักถ่ายรูปเป็นช่วงๆ วิ่งไป ก็ค่อยดูเส้นริบบิ้น 21 km. ต้องดูริบบิ้น สีแดงห้ามดูสีอื่นนะ เดี๋ยวหลง ผู้จัดเค้าแบ่งเอาไว้แล้ว  ก็มีช่วงวิ่งทางร่องน้ำบาง 
ทางขึ้นก็มีอุปสรรคเล็กน้อยพอสนุกสนาน  และ มันก็จะเละๆ หน่อยเพราะดินมันเปียก แต่มีเจ้าหน้าที่คอยซัพพอทดึงอยู่ไม่ให้ลื่นหลนลงไป 
ในช่วง 10 กิโลแรกทางไม่ยากแทบจะหาหน่อไม้กินได้เลย 5555+ ไผ่มันจะเยอะไปไหน เราก็มีบ่นเหมือนว่าทำไมยังไม่เจอเขาสักที่  “ วันนึ่งฉันเดินหาหน่อไม้ในป่าไผ่ ” 55555+ และก็วิ่งต่อไปไม่เกิน 200 เมตร ค่ะ เจอเขาที่เราคิดถึงทันที่ซิหน๊า ไม้โพลที่พกมาได้ประกอบร่างพร้อมปักขึ้นไปบนเขา 
นี้จ้าปีนขึ้นไปเลยจ้า ค่อยๆขึ้นไปกันช้าๆเพราะทางขึ้นจะทำความเร็วไม่ได้ ถ้าใครแกร่ง หรือ ขาแข็งแรงก็ดีดขึ้นไปเลย ส่วนเรานะหรอ เอาไม้โพลไม้ไผ่ปักไป ปักกันตามๆ ไป 
อื่มๆ ดูแบบนี้ไม่ค่อยจะชันเท่าไหร่เนาะ แต่ช้าก่อน มันยังขึ้นไม่จบ จงขึ้นกันต่อไปนักวิ่ง 21 km. ทั้งหลาย พอให้ได้เหนื่อยได้หอบกันบาง และ ช่วงนี้ละที่เราเจอคุณป้าที่อยากจะ DNF และบอกว่าไหนบอกว่าเป็นเทรลอนุบาล  ทำให้เรารู้สึกจุก พอเราได้ยินเลยบอกให้คุณป้าพักให้หายเหนื่อยก่อน แล้วค่อยๆก้าวขึ้นไป อย่าก้าวยาวๆ เพราะก้าวยาวหัวใจมันก็จะดีดและก็จะเหนื่อย ประโยคที่เราบอกกับคุณป้าไปเป็นประโยคที่เราลุงเบนเพจ DNF 6+ บอกเราตอนที่เราไปวิ่งที่ผาส้มเทรลเมื่อต้นปี  พอเราไต่ขึ้นไปก็หันไปบอกให้คุณป้าสู้ๆ นะคะ  ไปปีนขึ้นไปได้สักพักก็วิ่งได้แต่ไม่เร็วมาก จากนั้นก็ถึงทางลง 
คนติดนิดหน่อยเพราะมันเป็นทางที่ลงได้ที่ละคน ต้องค่อยๆไป 
มีรอดกระบอกไม้ไผ่ด้วย ป่าไผ่สมชื่อจริงอะไรจริง รอดๆ ไปค่ะ ไม้ไผ่ไม่ตกลงมาหรอก ดูแล้วแข็งแรง 
ลงกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนถือไม้ไผ่ที่ทางผู้จัดเตรียมเอาไว้ให้ แทบทุกคน
ต่อแถวลงไปนาจา ระวังลืนกันเด้อ จำนวนนักวิ่งเยอะ เลยต้องค่อยๆลง ถ้าขาแรงมาและระยะ 50 มา พวกเราระยะ 21 km. จะทำการหลบให้เพราะถ้าไม่หลบจะทำให้ระยะ 50 ที่ทำเวลาช้าไปด้วย
พอลงมาจากเขาก็เป็นทางราบแล้ว แบบนี้ก็ต้องรีบสับซิ รออะไร นี้กินไป 3 ชั่วโมงกว่าแล้ว รีบๆ ช่วงนี้ก็เป็นทางราบวิ่งกันต่อไป แต่แดดก็เริ่มร้อนและแสบแล้วหนา  ในทางราบตรงนี้ทำให้ทุกคนประมาทคือทิ้งไม้ไผ่เอาไว้แล้วก็เดินๆวิ่งๆกันตัวเปล่า ส่วนเรานะหรอยังคงถือไม้โพลไปสักพักและก็ทำการเก็บ และ ถามน้องเจ้าหน้าที่ว่ายังมีเขาอยู่อีกมั้ย และ น้องก็บอกว่ามีครับพี่ เราคิดนั้นไง ตามแผนที่บอกและมันเป็นลูกสุดท้ายแต่มันจะไปโผล่ตรงไหน 5555+ ตอนนั้นมันเหนื่อยจนจำรายละเอียด map ไม่ได้จริงๆ 
ยินดีตอนรับเข้าสู่สวนสัตว์ราชบุรีนะคะ  คนกรุงเทพและชาวราชบุรีสามารถพาบุตรหลานของท่านไปเที่ยวได้ ส่วนเรานั้นวิ่งเข้าไปเช็คพอยท์ ซิรออะไร เดินเป็นวงกลม ๆ ไปเราหันไปคุยกับนักวิ่งด้วยกันว่าเจ้าหน้าที่ให้เรามาเที่ยวสวนสัตว์ด้วย ... แล้วก็ขำกัน 5555+ ในใจเราได้แต่คิดว่าไหนเขาอีกลูกมันอยู่ตรงไหน เอาเช็คพอยท์แล้วก็วิ่งเลี้ยวไปอีกทางเจอกรง ข้างแว่นและหมีขอ พูดแซวๆเล่น ก็มีเจ้าหน้าที่ทำมือให้ไปทางหลังกรงหมีขอแล้วบอกว่า ผมขอเชิญพี่ขึ้นเขาในกิโลที่สุดท้ายครับ โอ้ย น้องสุภาพมากแต่กิโลสุดท้ายขึ้นเขาเนี้ยนะ คิดได้ยังไง ได้แต่คิดในใจ จากนั้นประกอบไม้โพลและปักขึ้นไป โชคดีมันเป็นบันไดหินเลยขึ้นไม่ยาก แต่ก็เหนื่อยนั้นละ เพราะว่ามันก็ชันในระดับนึ่ง 
ปีนกันขึ้นมาค่ะ เรานี้ได้ถ่ายรูป ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ยื่นพักเหนื่อยและหอบอยู่  5555+
ทางเป็นพงไผ่ทั้ง 2 ข้างทางเลย  ลุยไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงเส้นชัยแล้วละ ไปๆค่ะ ลุยๆ  
ถึงทางลง ก็เป็นบันไดที่ก้าวลงแล้วหาทางหยุดไม่ได้ ก็ไม่เข้าใจ  บันไดตรงนี้มีนักวิ่ง 50 ขาแรงลงไป กระโดดเป็นจิงโจ้เลย เห็นแล้วอยากโดดตามดึงๆ  5555+ แต่เราคงทำไม่ได้ ถ้าทำตามนักวิ่งขาแรงส์ไปเรานี้คงกลิ้งไปหมูตกบันได  ทางลงตรงนี้ไม่ต้องใช้ไม่โพลก็ได้ แต่ถ้าใครไม่มั่นใจก็ก็ค่อยๆปักไป  ลงไปเรื่อยๆ ถึงทางราบก็รีบสับไปให้ถึงเส้นชัย วิ่งไปเรื่อยก็จะเห็นทางบล็อกที่ทางผู้จัดทำไว้ให้สำหรับระยะ 21 km. 
เราวิ่งเข้าเส้นชัยมาด้วยเวลาตามรูปเลยค่ะ รีบๆขาก็จะลอยๆ แบบนี้ละ คิดท่ามาแล้ว ( นี้มาวิ่งนะไม่ใช่มาเดินแคทวอก) แค่คิดในใจ จากนั้นก็ไปรับเหรียญรับเสื้อตามที่ทางจัดเอาไว้ให้ 
ได้เหรียญได้เสื้อมาแล้วภูมิใจ สิ่งที่เสียดายคือถ้าเราซ้อมวิ่งเวลาในการวิ่งเทรลครั้งนี้มันคงจะดีกว่านี้แต่สำหรับการวิ่งครั้งถือว่าพอใจ เพราะใช้แต้มบุญเก่าล้วนๆ แทบจะไม่ได้ซ้อมเลย  นักวิ่งท่านไหนมาอ่านแล้วอย่าไม่ซ้อมตามเรานะคะมันไม่ดี

สรุปโดยรวมงานเขาประทับช้างเทรล 2019

น้ำท่าอุดมสมบูรณ์มาก แตงโมมีบริการให้นักวิ่งแทบทุก CP เลย มีเจ้าหน้าที่ค่อยประถมพยาบาลนวดกล้ามเนื้อให้   เจ้าหน้าที่เข้าถึงนักวิ่งที่จะเป็นลมได้เร็ว ริบบิ้นที่แบ่งระยะออกชัดเจน ป้ายบอกระยะ ติดตามต้นไม้ชัดแต่เล็ก แก้ไขโดยริบบิ้นถี่มากถือว่าทำให้นักวิ่งไม่หลงหรือว่ามีใครหลงไหมค่ะ บอกฝนด้วยเด้อ ..... เป็นงานเทรลที่ชอบและอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสงานเขาประทับช้างในปีต่อๆไป แต่ก่อนมาควรซ้อมและทำการบ้านอย่างที่ฝนกล่าวมาข้างต้นด้วยนะคะ จะได้วิ่งสนุก และ จบต้องไม่เจ็บ อย่ามือลั่นแล้วไม่รับผิดความการลั่นนั้นด้วยการไม่ซ้อม เพราะคุณจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในงาน และจะมาหวังพึ่งผู้จัดอย่างเดียวไม่ได้ เราก็ต้องพึ่งตัวเองก่อนด้วย  อยากให้ทุกคนวิ่งให้สนุก มีแต่รอยยิ้มและความทรงจำดีๆ  กลับไป  ได้สัมผัสธรรมชาติและได้รู้สึกหลงรักป่าและรักษาป่ากันมากขึ้น

*** แถม ระยะ 32 km. ของพี่เหมียวค่ะ  *** 


เห็นพี่เหมียว่าของพี่เหมียวขึ้นภูเขาทั้งหมด 4 ลูกนะคะ และ นอกจากป่าไผ่แล้วพี่เหมียวยังเจอ ป่ายูคาลิปตัสด้วย ดูจากรูปก็ต้องขึ้นๆ ไป ปีนๆ นวดๆด้วยเนินกันไปให้ครบ 4 ลูก
ทางก็ใช่ย่อยเหมือนกัน หืม ๆ ปีหน้าใครสนใจไป 32 km. ก็ต้องทำการบ้านกันด้วยนะจ๊ะ  เห็นทางนั้นไหม ….
แต่พี่เหมียวเก่งนะคะ พี่เค้าป่วยแต่ก็จบในระยะนี้ด้วยเวลาตามรูปเลย ถ้าเป็นฝนคงไม่รอดอาจจะโบกมือลาขอออกจากการแข่งขันไปแล้วละ 55555+  สำหรับพี่ติ๊กนะหรอเข้าอันดับ 9 ของระยะ 32 km. เจ๊เค้าขาแรงเห็นวิ่งในเรซฝนนี้เดินดมยาดมพี่ติ๊กไปโน้นแล้ว 555+   ขอจบการรีวิวสนามเขาประทับช้างเทรล 2019 ไว้แต่เพียงเท่านี้ ไว้เจอกันกับการรีวิวสนามวิ่งใหม่ในครั้งหน้านะคะ  

เรียบเรียง ,รูปในระยะ 21 km. ::  รีวิวทุกที่
เครดิตรูป 32 km. :: พี่เหมียวผู้แข็งแกร่งขอบคุณสำหรับรูปนะคะ