รีวิวทุกที่

www.everywherereview.com เป็นเว็บที่รวบรวม สาระน่ารู้ประโยชน์ต่างๆ พร้อมกับการรีวิว อุปกรณ์ , เครื่องสำอาง , สนามวิ่ง , ร้านอาหาร และ ชวนทำชวนกินของอร่อย

Breaking

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิ่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิ่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562

มิถุนายน 24, 2562

สองขากากๆ ออนทัวร์ งานเล็กๆ แต่มิตรภาพเต็มร้อย

สองขากากๆ ออนทัวร์  งานเล็กๆ แต่มิตรภาพเต็มร้อย 


Hello สนามใหม่ที่จะรีวิวในครั้งนี้ไม่ใช่สนามนะยูแต่เป็นงานวิ่งของ 2 เพจใหญ่จัดร่วมกันได้แก่เพจ นักวิ่งกากๆ กับ สองคนสี่ขา : ii bodies iv legs  เราเห็นในเพจโพสแล้วเลยตั้งใจว่างานถนนงานนี้ละเราจะไปวิ่ง! ด้วยปีนี้เราตั้งใจจะไม่วิ่งงานวิ่งในกรุงเทพเพราะด้วยเหตุการณ์หลายอย่าง และอีกอย่างก็ติดใจงานวิ่งในเทรลมากกว่างานถนน แต่สำหรับเพจนี้จัดเราต้องสมัครไปวิ่งไปให้ได้ 555+ ด้วยความชอบสไตล์ของเพจล้วนๆ  ทางเพจบอกว่าให้สมัครแบบทีมโดยจะทีม 2 , 3 , 4 คนก็ได้แล้วแต่ๆห้ามเกิน 4 คน   น้องเบลล์ พี่นก บอกว่าอยากวิ่งงานนี้เหมือนกัน เสื้อสวย คัลเลอร์ฟูลมากๆ ผ้าดี  จัดซิรออะไร โดยเงินที่ได้จะนำไปทำบุญให้กับสถานสงเคราะห์เด็กชายทุ่งมหาเมฆ แถวๆสาธร

วันอาทิตย์ก่อนโน้นก็ไปวิ่งที่ราชบุรีงานเขาประทับช้าง มาๆ ตัดไปวันวิ่งเลยละกัน

---- ตัดมาวันวิ่งจริง 23/06/62 ---- 


จุดนัดลงทะเบียนคือสถานสงเคราะห์เด็กชายทุ่งมหาเมฆ เรากับน้องเบลล์นั้งรถไปถึงที่โดยนัดกับพี่นกไว้ที่งานเลยจากนั้นทำการลงทะเบียนตามชื่อทีมที่วิ่งกัน
ยังสดใสกันอยู่ เราเนี้ยละยังไม่รู้ชะตากรรม 555+  แต่เห็นโจทย์ที่ได้รับมาตอนลงทะเบียนแล้วนั้งงงๆและมึนๆแต่รู้ว่างานมันแนวๆนี้  โจทย์ให้ทำแต่ละอย่างต้องวางแผนกันดีๆ มีให้ไปถ่ายรูปกับสนามบินสุวรรณภูมิด้วย สวนหลวง  ร.9 ก็มีไป โอ้ยยยย อิบ้า !!!  

นี้คะโจทย์คะคุณขา ..... ปล่อยตัว 7 โมง  cutoff บ่าย 2 โมง หลังจากบ่าย 2 โมงหักนาทีละ 1 คะแนน เข้าหลังบ่าย 3 โมงเย็น DNF ไปเลยละกัน เก็บให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเก็บได้ จะวาปก็เรื่องของพวกคุณ จะนั่งรถไฟฟ้า รถเมล์  ลงเรือ ทำได้ทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามนั่งรถส่วนตัว รถแท็กซี่  มอไซด์รับจ้าง  แก๊ปเกิปอะไรก็ห้าม  


ทีมเราอยู่เวฟ 1 ปล่อยตัว 7 โมง วิ่งตามๆกันไปถ่ายรูปตามโจทย์ที่ให้มาโดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน หมวดที่ 1 คือ หมวดสถานที่ , หมวดที่ 2 คือ หมวดของกิน และ หมวดที่ 3 คือหมวดการเกรียน  โดยในช่วงแรกทีมเรานัดกับทีมคุณเนตรอีกทีมว่าเดี๋ยวเราจะวิ่งไปด้วยกัน ช่วยกันเก็บ ช่วยกันหา ดีกว่าไปเดี่ยวๆ  ทุกคนตั้งใจจ๊อกกันมากเรานี้วิ่งตามดุ๊กๆ เจอรูปเป็นถ่ายรูปตามที่โจทย์ บอกเลยไม่เคยรักตู้ไปรษณีย์ และ หัวดับเพลิงมากมายขนาดนี้มาก่อน ในโจทย์คือคุณต้องกอดด้วยนะ 
พี่ รปภ. ก็ต้องมาถ่ายรูปหล่อๆ ด้วยนะ ต้องทำตามที่บอกด้วย ดีพี่เค้าเล่นด้วยไม่งั้นโดนด่า  55555+ หน้าพี่เค้าก็ งง ว่าพวกเราทำอะไรกัน ขอนำหน้าพี่เค้าออกนะคะ เดี๋ยวเค้ามาเจอในเว็บบล็อกเราเดี๋ยวเราโดนฟ้องกลัวววววว 
โหมดของกินพวกเราก็ต้องทำกันเต็มที่ ซื้อเองบาง เพื่อนซื้อบาง ช่วยกัน งานนี้บอกเลยว่าน้ำเต็มท้อง คิดดูทุกคนลงทุนกินส้มตำกับผัดไทกันตั้งแต่ยังไม่เที่ยง หมดกันไปเท่าไร  55+  จบโหมดกิน บอกเลยว่าวิ่งไม่ไหวแล้ว เราเนี้ยชวนขึ้นรถตลอดชวนเกเรตลอดทาง แต่ทุกคนมั่นใจว่าจะจ๊อก เอาจ๊อกกันไป เราก็อยู่ข้างท้ายตลอด  -*-  แต่ห้ามลืมจุดเช็คพอยท์  AFTER RUN นะ 55+ ทุกคนต้องไปถึงก่อนเที่ยง คราวนี้ แดดก็เริ่มเผามันจะร้อนอะไรกันขนาดนี้  ต้องไปทำมือมินิฮาร์ทกับ Stadium One  ทุกคนทำตามโจทย์เรียบร้อย คราวนี้เริ่มวางแผนขึ้นรถไฟฟ้ากันแล้ว  พึ่งพารถแล้วใจ เรานี้โครตดีใจเลย วิ่งมายังไม่เจอทีมอื่นสวนมาเลยนึกในใจทุกทีมต้องขึ้นรถกันแน่ๆ แต่ทีมเรานั้นจ๊อกจ้า จากนั้นทุกคนมุ่งหน้าไปที่รถไฟฟ้าแล้วก็ตีตั๋วไปที่สยามเพื่อไปร้านตามโจทย์  พอไปถ่ายรูปตามร้านที่โจทย์กำหนด เริ่มดูเวลาแล้วจากนั้นก็วิ่งต่อรถเมล์เพื่อไปที่ร้าน   AFTER RUN โหนรถเมล์กันไป  พอไปถึงร้าน AFTER RUN ก็ต้องทำตามที่โจทย์กำหนดอีก ถ่ายรูปแล้วโพส  ถ้าไม่ทำอาจจะโดนตัดคะแนนทั้งหมดที่เก็บมา

ถ่ายรูปแล้วโพสต์แล้วใส่ แฮชแท็กตาม  ทำตามเรียบร้อยแล้วจากนั้นก็วิ่งเข้าไปเก็บในสวนลุมกันต่อ  มีทั้งถ่ายรูปกับแมว  ถ่ายรูปกับน้องเหี้ย  ต้องลงเรือเป็ดลงไปถ่ายรูป จ้าๆ ทำไปจ้า  แต่ทุกคนนี้ยังดูสดใสกันอยู่ ส่วนเรานั้นเริ่มเหี่ยว 555+ พยายามเก็บในสวนลุมให้ได้มากที่สุด หลังๆนี้เริ่มมองคะแนนแล้วว่าถ้าวิ่งไปแล้วคุมไหม เพราะว่าเราต้องไปเก็บกินชาไข่มุกอีกซึ่งคะแนนมันเยอะมาก ถ้าทำครบก็ 50 กว่าคะแนน  คะแนนน้อยต้องตัดออกแล้วค่ะ เดี๋ยวมันจะไปไม่ทัน  รถเมล์ สองแถว ก็มา 555+  กว่าจะไปถึงร้านชาไข่มุกหน้าร้านวัดไผ่เงินเราต้องไปให้ได้เพื่อคะแนน  ลุ้นกันมาก รถสองแถวแดงคะคุณขา เวลามันวิ่งรอคนเนี้ยเราจ๊อกว่าช้าแล้ว รถสองแถวแดงวิ่งรอคนเนี้ยช้ากว่า! (คงยังจะจินตนาการกันออกใช่ไหม) แต่ถ้ารถเต็มนะอย่างให้บอกเหยียบเร็วมาก ๆ พอถึงร้านน้องๆที่ร้านน่ารักมากบอกน้องเข้าใจจุดประสงค์ว่าต้องทำชาเลนจ์อัด VDO กินชาไข่มุก ของน้องก็จัดให้ค่ะ รูปกินชาไข่มุกด้านบนนั้นละคะ   ทุกตั้งหน้าตั้งตากินเรียบร้อยมองเวลาแล้วว่าสมควรแก่การกลับไปที่งานรีบเลยรถสองแถวต่อกันแล้วจ๊อกวิ่งเข้างาน โดยเราเนี้ยวิ่งตามช้าสุดอีกตามเคย 555+ เข้าตอนเวลา 13.44 น. ทันเวลาพอดี  เข้าไปถึงก็ต้องไปส่งภารกิจเพื่อนับคะแนน ทีมเราทำคะแนนได้รวม 294 คะแนน ตอนแรกคำนวนกันเองได้ 300 กว่า แต่พอส่งให้เจ้าหน้าที่สตาฟเหลือเท่าที่บอกก็งงเหมือนกัน แต่ใจเรานี้ไปสนใจของกินแล้ว 
หลังจากวิ่งเราก็ต้องชดเชยให้รับร่างกายและอาหารและขนมเหล่านี้คือสิ่งที่ทีมงานเตรียมเอาไว้ให้กับนักวิ่ง ทุกอย่างจัดเต็มกันมาก งานนี้ไม่ได้แจกเหรียญเหมือนงานวิ่งอื่นแต่งานนี้ “ถอยหมอน ” มาให้กับนักวิ่งทุกคน 
แจกให้เป็นที่ระทึกเอ้ยที่ระลึกกับนักวิ่งทุก   ถ้าวิ่งจริงจังโดยถ้าไม่นั่งรถบอกเลยว่าเราคงมีอ่วมแน่นอน เพราะวิ่งรวมทั้งหมดแล้ว เกือบ 29 โลกว่าเกือบ 30 โล 555+ นี้เก็บเฉพาะด้านในเมืองนะคะ ยังไม่บ้าจี้ออกไปนอกเมือง 555+ ไบเทค  สวนหลวงร.9  สุวรรณภูมิ 

สรุป :: งานสองขากากๆ ออนทัวร์ เป็นกิจกรรมจัดครั้งแรกและจัดออกมาได้ดีมาก จัดเล็กๆ อบอุ่น  ได้กระทบไหล่เหล่านักวิ่งอัลตร้าเทรลหลายๆคน เราได้เจอนักวิ่งและแอดมินที่ตามเชียร์อยู่  ให้นักวิ่งร่วมทำบุญกัน แต่ลูกเพจของ 2 เพจใหญ่ที่จัดร่วมกันนี้รวยกันแทบทุกคน ชิงประมูลหมวกกันเห็นให้ราคาแล้วสุดมากจริงๆ  เราชอบงานแนวๆนี้ที่จัดแล้วเห็นชัดเจน ไม่เหมือนกับงานวิ่งถนนที่อ้างว่ากุศลโน้นนี้นั้นแล้วสุดท้ายเงินทั้งหมดที่ได้เข้ากระเป๋าตัวเองเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าปีหน้าจัดอีกเราบอกเลยว่าอย่าพลาด  ถ้าพลาดแล้วจะเสียใจมาก  ปีหน้าต้องวางแผนให้ดี

ปล. ขอขอบคุณมิตรจากพี่ๆ เพื่อนๆทุกคนที่ร่วมช่วยกันวิ่งทั้ง 6 คนร่วมเราด้วย พี่นก น้องเบลล์  สองคนนี้เก่งมากเร็วด้วย แม้ว่าเราจะงอกแงบางก็ตามอยากจะวิ่งเร็วบางแต่มันไม่ไหว แต่ถ้าเรื่องกินขอให้บอกถนัดที่สุด  คุณเนตรและแฟน คู่นี้น่ารักสุดๆ ช่วยกันมีให้ยืมอาหารถ่ายรูปกันแบ่งกันช่วยกันตลอดเรานี้พวกปิดขบวน และ ที่ขาดไม่ได้เพสเซอร์ พี่รีที่มารวมกลุ่มกันช่วยกันวิ่งนำพี่รีเก่งมากเร็วมาก ส่วนเรานั้นก็ช้ามาก  ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนๆ และ ยินดีกับพี่ตุ๊กที่ได้ที่ 1 ของงาน คะแนนเยอะมาก เก่งจริงๆ

ลากันไปด้วยคลิป VDO กินชาไข่มุกแบบขิงๆ  ทุกอย่างมันจำเป็นต้องทำเพื่อคะแนน



ขอรบการรีวิวสนามแต่เพียบเท่านี้ฝนขอไปสลบต่อก่อนนะคะ สมองยังไม่หายบวม  

เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่ 







วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562

มิถุนายน 03, 2562

รีวิวสนามวิ่ง Western Forest Trail 2019 (WFT2019)

รีวิวสนามวิ่ง Western Forest Trail 2019 (WFT2019)

 สมัคร 27 km. วิ่งจริง 34 km.



สวัสดีทุกๆ คนฝนหายสมองบวมจ้าแล้ว มาๆเราจะมาเล่าถึงงาน “ Western Forest Trail 2019 ” ให้ฟัง  ขอเกริ่นก่อนกว่าก่อนหน้านี้ฝนได้ DNF งานในระยะ 30 km. มาสองงานแล้ว  ตอนต้นปีก็เป็นงานผาส้มเทรลจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ และ ไล่ติดกันมาก็เป็นงาน psk จัดที่จังหวัดกาญจนบุรีอกหักมาทั้ง 2 งาน
และงาน WFT 2019 จึงไม่อยากคาดหวังอะไรมากมายคิดว่ายังไงเราก็ไม่สามารถที่จะผ่านระยะนี้ได้ .... หมดความมั่นใจในตัวเองไปแล้วด้วย ก่อนที่จะมาเป็นระยะนี้จริงแล้วระยะที่ผู้จัดประกาศรับสมัครนั้นคือ 27 km. เท่านั้น และหลังจากนั้นห่างจากวันจัดงานเพียงแค่ 2 เดือนทางผู้จัดได้ประกาศเพิ่มระยะเป็น 32 km. ซึ่งตอกย้ำเราเข้าไปอีกว่าเราจะวิ่งจบหรือเปล่าวะเนี้ย  ยังไม่พร้อมที่ก้าวเข้าในระยะนี้จริงๆ แต่ทำไงได้กระโดดเข้าสมัครงานนี้ไปแล้วก็ต้องขอลองดูอีกสักครั้งและครั้งนี้คิดว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะตั้งเป้าหมายไว้ว่าถ้าจบเรซนี้ได้จะได้แพลนลงฟูลมาราธอนสักครั้ง ^_^

- ถึงวันที่ต้องเดินทาง วันที่ 18 -19 /05/62-




ฝนได้เดินทางร่วมกับรถตู้ผู้จัดทริปวิ่งงานคือ แพนด้าพาวิ่ง ซึ่งเป็นกันเองมาก เราร่วมเดินทางกับพี่ๆแพนด้ามาหลายทริปแล้ว ด้วยความสะดวกในการเดินทางตลอดจนพาส่งถึงที่จุดลงรถมีอาหารเลี้ยงตอนกลับ พี่ๆในทริปนี้ก็เป็นนักวิ่งขาแรงกันทั้งนั้นก็มีฝนเนี้ยละที่ยังคงไม่พัฒนาไปไหนกับเค้าเลย 5555+
บรรยากาศในการรับบิบในวันที่ 18/05/62  แดดมันจะร้อนไปไหน   ใครบอกว่าทองผาภูมิฝนตกค่ะ

เดินทางไปรีบบิบเรียบร้อย เราก็เดินทางเข้าที่พักที่ ภูพิงดาว บรรยากาศหน้าบ้านพักชวนให้อยากจะกระโดดน้ำมากๆ

เก็บกระเป๋าเรียบร้อย ก็ต้องสำรวจบริเวรที่พักกันหน่อย และที่เตรียมตัวกระโดดกันนั้นวิ่งในระยะ 34 กับ 60 km. กันทั้งนั้นเลยนะนั้น  โอ้ยทำไปกันได้เนาะ แต่เรามาวิ่งต่างจังหวัดแล้วก็คือการมาพักผ่อนมันก็ต้องเต็มทีกันหน่อย สะเทือนเข่ากันไปจ๊ะ

- วันวิ่งจริงมาถึง ( 19/05/62 ) -

พี่ๆนักวิ่งในระยะ 60 km. จะต้องไปถึงจุดสตาร์ทก่อน จะปล่อยตัวตอนตี 4 ก็ต้องไปถึงจุดปล่อยตัวประมาณ ตี 3 หรือ ตี 3 ครึ่ง เพื่อทำการเตรียมตัวและเข้าจุดสตาร์ท ส่วนเราวิ่งในระยะ 32 km. ปล่อยตัวตี 5 ก็ออกจากที่พักตอนตี 4 ไปก่อนจะได้มีเวลาเตรียมตัวเข้าห้องน้ำ เช็คอุปกรณ์ และ ถ่ายรูปเป็นที่ระทึกเอ้ยระลึกกัน  ^ ^ 
ถ่ายรูปเล่นกับพี่ๆในกลุ่ม
จากนั้นนักวิ่งในระยะ 32 km. ก็ถึงเวลาปล่อยตัวทุกคนเข้าที่จุดสตาร์ทเพื่อรอสัญญาณปล่อยตัวออกกลุ่มขาแรงก็จะอยู่ข้างหน้าส่วนเรานะหรอ ก๊อกแก๊งค์ยังไม่รู้ว่าผ่านได้ไม่ได้ก็อยู่ข้างหลังเนี้ยละ ไม่เกะกะกลุ่มขาแรงเค้าด้วย  ถึงเวลาปล่อยตัวเจ้าหน้าที่ก็ทำการส่งสัญญาณปล่อยตัว กลุ่มนักวิ่งทุกคนวิ่งมุ่งหน้าเข้าสู้เส้นทางที่ทีมงานกำหนดเอาไว้ให้  เราก็วิ่งตามๆกันไปโดยคิดเอาไว้ว่าวิ่งในความเร็วที่เราถนัดจะไม่ให้เร็วกว่านี้เพราะว่ากลัวบาดเจ็บและไม่สามารถไปต่อ ในช่วงแรกที่วิ่งก็วิ่งได้ตามเป้าที่กำหนดเอาไว้ พอถึงในช่วงมีความชันก็ลดความเร็ว และ เร่งวิ่งขึ้นในทางเรียบ วิ่งๆหยุดๆเป็นช่วงๆ  
เส้นทางวิ่งในช่วงแรก และ แสงพระอาทิตย์กำลังส่องทำให้เห็นเส้นทางได้วิ่งได้ง่ายขึ้น  วิ่งไปตามเส้นทางที่ผู้จัดกำหนดและเสพความสดชื่นของธรรมชาติรอบกายโดยยังไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นยังไง เพราะยังไม่ถึงจุดวิ่งที่ลำบากมาก

" เห็นผู้จัดบอกว่าดอกนี้เรียกว่าดอกว่าน "

ได้แค่แวะถ่ายรูปบางจุดแต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้หมดทุกจุดที่อยากถ่ายเพราะว่าต้องรีบวิ่งต่อเพื่อไม่ให้หลุดจากความเร็วที่คำนวนไว้ ต่อจากจุดตรงนี้นี่ละเป็นจุดที่ต้องขึ้น และ ขึ้น  จากประสบการณ์จาก 2 สนามแรกทำให้เราใช้โพลได้ง่ายขึ้นแต่ก็ยังใช้ไม่เก่งพอ รู้วิธีปักไม้โพลเพื่อผ่อนแรงขา ปีนตามๆกันขึ้นไป เรายังไม่ปีนไม่เก่ง ก็ต้องค่อยๆตามกันไป  แต่การปีนครั้งนี้เหนื่อยแต่ไม่เหนื่อยมากเหมือนกับสองสนามแรก 
ถามว่าชันไหมสำหรับเราแล้วมันค่อนข้างชันถ้าสำหรับขาแรงอาจจะไม่ชันเพราะนักวิ่งบางคนก็ไม่ได้ใช้ไม้โพล แต่มีประสบการณ์มาแล้วจึงไม่ตกใจ เหมือนกับครั้งแรกๆ คนก่อนหน้าเราต้องดันก้นกันเราใช้ไม้โพลปักและงัดขึ้นจุดต่อจุดจนถึงจุดสูงสุดของภูเขาจากที่วิ่งมาก่อนหน้านี้เหมือนแสงแดดเริ่มเผา พอเข้าไปในป่าลึกที่ปีนขึ้นไปบรรยากาศ และ อากาศผิดกันโดยสิ้นเชิง ป่าดิบชื่นมันสวยมาก 

ตรงนี้ละเริ่มช้าทั้งๆที่ควรวิ่งแต่เราไม่วิ่งเพราะหลงความสวยงามของต้นไม้ใหญ่  บางต้นพากันล้มกีดขวางทางก็ต้องทำการปีน  ช่วงขาเราก็สั้น ปีนก็ปีน  5555+ เกือบโดนมดตัวใหญ่กัด นั้งทับมดยังไม่ตายกัดจิกติดกางเกงเลย  ผึ้งตัวเล็กๆก็มาลุมตอมเสียวโดนตอย คิดในใจถ้ามันตอยมาก็จะตอยมันคืน  win win ไม่ใช่ละ มันนี้เป็นมุขนะคะ เราเดินคุยกับเพื่อนอีกคนไปเรื่อยๆ ไปแบบไม่รีบ เราก็งงทำไมเราไม่รีบ เพราะอากาศมันเย็น เส้นทางก็มีทั้งหินและต้นไม้  แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาได้น้อยมากทำให้มีเห็ดนานาชนิดพร้อมใจกันขึ้น   มีช่วงที่ต้องข้ามน้ำโดยข้ามตามต้นไม้ที่ล้มกลัวที่จะลื่นล้มก็นั้งแล้วเอาก้นไถ่ไปเรื่อยๆ 5555+ กับเพื่อนอีกคนก็ทำเช่นนั้น ตอนนั้นยังไม่อยากให้รองเท้าเปียก  วิ่งไปเรื่อยๆ จนออกจากป่า ความเร็วที่กำหนดไว้หลุดกระจุยกระจายไปหมด ไหลไป 20 ว่านาทีต่อกิโล จำนวนเวลาที่สะสมเอาไว้ก็หมด   เจอสุ่มให้น้ำก็ทั้งเกลือแร่ น้ำดื่ม แตงโม ข้าวต้มมัด 5555+ จัดเต็มตรงนี้ละ แต่เราก็เตรียมในส่วนของเราไว้เหมือนกันกินแล้วก็อัดขึ้นมาเพื่อไม่ให้ตัวเองหิวและหวิวอย่างที่เคยเป็น  วิ่งมุ่งตามเส้นทางที่ทีมงานจัดให้ต่อเพื่อขึ้นไปเข้าเขตน้ำตกห้วยขมิ้น เพื่อเข้าเขตเหมืองเก่า คือ จุดไฮไลท์ที่ทางงานโปรยไว้ตอนสมัคร  ตอนนี้ละความเร็วหลุดกระจายไปแล้ว แสงแดดก็เริ่มเผาแรงขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้ทำความเร็วได้ แต่ขาที่โดนนวดมาในป่าช่วงนึงแล้วทำให้เราไม่สามารถวิ่งทำความเร็วได้เหมือนช่วงแรกๆ แต่ใช้วิธีเดินเร็ว เร่งให้ตัวเองเร็วขึ้นกว่าจะไปถึงจุดไฮไลท์ที่ทีมงานโปรโมทไว้ก็ทำเอาแสงแดดจัดขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ทวีความร้อนขึ้นมาก ค่อยๆวิ่งๆไป 
มุ่งหน้าขึ้นเขาลูกโน้น เห็นมั้ยค่ะ นั้นละ 555+ ไปๆวิ่งต่อไป เดี๋ยวจะได้เจอกับหนังชีวิตแล้ว ใกล้แล้วค่ะ เราใกล้ที่จะเจอหนังชีวิตกันแล้ว T_T

ขึ้นมาถึงในจุดแรก เพื่อเตรียมตัวมุดเหมือง ก็ต้องมีไฟคาดหัว ที่ทีมงานกำหนดไว้ว่าต้องมีทุกคนถ้าไม่มีจะโดนจับ DNF ออกจากงาน 
ยินดีตอนรับเข้าเหมืองเก่าค่ะ  ข้างในมืดจริง ฝุ่นก็เยอะ เป็นจุดที่ศูนย์ร่วมตากล้องจริง เพราะมุดหลายจุดเพื่อขึ้นไปเอาจุดเช็คพอยท์ด้านบน 
รีบเข้า รีบออก ยังเหลืออีกหลายกิโล ได้ยินตอนออกว่า ออกจากเหมืองแล้วก็จะได้ไปเจอกับหนังชีวิตของแท้ !!!! 55+  ให้กำลังใจกันสุดๆ ไม่คิดถึงคนได้ฟังเลย T_T

แล้วจะรออะไรละคะ วิ่งและเดินซินาจา ออกจากเหมืองก็รีบวิ่งเข้า ยังคงมีตากล้องดักรออีกหลายจุด พอเข้าจุดให้น้ำก็รีบเติมพลังงาน และ รีบหยิบเจลพลังงานที่เตรียมไว้ออกมาเพื่อเอาไว้เติมข้างทางเพราะทีมงานบอกว่า  จุดให้น้ำด้านบนจะเติมน้ำให้เพียงครึ่งเดียว ครั้งนี้เราไม่กลัวเรื่องน้ำเพราะด้านหลังเราพกเป้น้ำ และยังคงมีน้ำขวดเล็กพกไว้ข้างหน้า แต่เรากลัวเรื่องพลังงานที่ร่างกายดึงออกมาใช้ไม่ทัน  เติมพลังงานเสร็จก็เข้าป่าต่อซิรออะไร  ป่าช่วงหลังนี้จะเป็นหนังคนละม้วนกับป่าช่วงแรก มีทั้งข้ามต้นไม้ใหญ่  ต้องปีนขึ้น  และ กระโดดข้ามหินใหญ่ ที่มีเจ้าหน้าทีคอยจับไม่ให้ตกลงไป และ ไถ่ก้นลงไปตรงลานน้ำตกที่ยังคงแห้งอยู่ คบทุกรสจริงๆ  ไม้โพลบางช่วงก็เป็นภาระ บางช่วงก็เป็นตัวช่วย ทั้งระยะทางและเวลาที่บีบคั้นหัวใจ ตรงนี้ละเป็นจุดที่เราถอดใจ เพราะความชันบางช่วงยังปีนทั้งๆที่เป็นช่วงขาลงแล้ว และก็มีเพื่อนหลายคนถอดใจ  แต่ยังคงต้องออกจากป่าไปให้ 5555+  จนในที่สุดเราก็เจอกับสวิปเปอร์  อีกแล้วววววววว กรูโดนสวิปจับได้อีกแล้ว แต่อย่างว่า แม้แต่สวิปเองก็ยังหอบกิน  และถึงจุดขาลงจุดนี้ละ เราขอเรียกว่าจุดวัดใจ ซึ่งมีเจ้าหน้าทีรออยู่ และมี นักวิ่งบางท่านของ DNF ออกจากสนาม และซึ่งหลายคน ร่วมทั้งเพื่อนเราที่ผลัดกันตาม ผลัดกันแซงด้วย ก็ DNF ด้วย ส่วนเรานะหรอ หันไปมองแล้วถามเจ้าหน้าทีว่าชันมั้ย เจ้าหน้าก็บอกว่าก็เป็นจุดที่คุณขึ้นมาเมื่อเช้าละครับ ถ้าจะไปต่อก็ลงไปได้เลย ตัดสินใจสักพัก ไปต่อซิรออะไร รอให้สวิปมาเดินไล่ตามหรอ ไม่เอา มันเหนื่อย 555+ รีบจ้ำๆ  คราวนี้เปลี่ยนเพื่อนละ ค่อยๆลงไป ลง ๆ และก็ลง กลุ่ม 60 km. ผ่านมาบอกว่าสู้ๆนะคะ นะครับ ไม่ทันก็ไม่เป็นไรไปเรื่อยๆ  เราก็เดินเคาะไม้โพลเราไปเรื่อยๆ แดดเริ่มแรงแต่ยังไม่แสบยังมีต้นไม้บังอยู่  เคาะโพลไปเรื่อยๆ  บ่นกับน้องผู้ชายอีกคนไปเรื่อยๆ  สารพัด ที่จะบ่นกัน 5555+ น้องบอกว่าจบงานนี้ก็จะไปขายบิบทิ้งให้หมดแล้วพี่ เทรลแรกของผมเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก็ไม่รู้จะปลอบน้องยังไง ได้แต่  ชวนถาม ชวนคุย บอกระยะที่เหลือ  55555+  น้องเจ็บแต่น้องเดินเร็วนะคะ พี่ตามไม่ทัน  พอถึงทางเรียบ โอ้วโห  แดดร้อนมากแต่คงสู้ถนนราชพฤกษ์ที่ไปมาไม่ได้ 555+ จ้ำๆ เดินๆ  เจอน้ำก็ลุยๆ มันไป จะได้จบๆกันไป ไม่ต้องหลบและหลีกแล้ว  555555+  แสงแดดเริ่มเผาความร้อนนี้ระอุขึ้นมาทันที   
พี่ตากล้องค่อยบอกว่าเดินทางไหนจะได้รูปสวย และ ถ้าวิ่งไม่ไหว้ก็เดินค่ะ เดินยิ้มมาสวยๆ เหมือนเดินแคทวอท 555+ ประโยคหลังนี้เราคิดเอ๊งงงงงงงงง....... 

และจากนั้นก็จะยิ้มไม่ออกเมื่อถึงจุดให้น้ำก่อนจุดสุดท้าย โดยน้องๆเจ้าหน้าทีบอกว่า “ พี่ค่ะ ต้องไปต่ออีก 4 กิโลค่ะ ” What !!!! อะไรค่ะ พี่ไม่เข้าใจค่ะ  หูนี้ดับ  ยืนงง  หน้าพี่ๆ น้องๆ ที่ค่อยบิวนี้ลอยมาทันที สมองเบลอคิดว่าเราควรที่จะ DNF  หรือไปต่อ แต่ก็มีประโยคนึ่งลอยมา “  พักให้หายเหนื่อย หายร้อนก่อนครับแล้วค่อยไปต่อ ถ้าพี่ DNF พี่จะเสียใจ ” จากนั้นค่อยๆตั้งสติและบอกน้องผู้ชายคนนั้นว่าต้องไปต่ออีก 4 กิโล ไหวหรือเปล่า น้องบอกเต็มปากว่า  !!! กิโลเดียวผมก็ไม่ไหวแล้วครับพี่ T_T มันจุกเพราะเข้าใจ   แต่เรามีเป้าหมายเราต้องรีบสลัดทิ้งทันที เราทำการเดินตากแดดต่ออย่างต่อเนื่อง โดยที่ทิ้งน้องผู้ชายไว้กับเจ้าหน้าที่  เดินเหมือนไม่ร้อน แต่แม่งโครตร้อน  ใบหน้าที่จากยิ้มกลายเป็นใบหน้าที่ยิ้มไม่ออก เจอจุดให้น้ำสุดท้ายบอกว่าอีก 2 กิโลนะคะ ถึงแล้ว แต่เราจำได้เส้นทางนี้ถ้านับจากที่พักก็ 2.5 โล และถ้านับจากจุดให้น้ำสุดท้ายนี้ก็หน้าจะประมาณ 3 โล สมองคำนวณระยะตลอดมองนาฬิกาที่ค่อยจับระยะ เพราะมันเกิดรู้ลิมิตของร่างกายเราแล้ว เรารู้แต่พลังงานยังคงเหลืออยู่คือ “น้ำตาล” เดินไปเรื่อยๆผ่านที่พักของเราก็ส่งเสียงเรียกพี่คนขับรถ และยังเดินต่อไปจนเจอพี่ตากล้องที่เรารู้จัก  พี่เค้ายังคงดักรออยู่ 
รูปออกมาสวย แต่จริงแล้วตัวเรานี้มอมแมมมาก อย่างกับไปฟัดกับตัวอะไรมาสักตัว  
หยุดถ่ายรูปแล้วก็ถามพี่ตากล้องว่า “เห็นวิญญาณหนูมั้ยพี่ ”
ก็รีบเดินๆ เร็วๆ ขึ้นเพราะว่าใกล้ถึงจุดจบของงานแล้วพอเห็นเส้นชัยเท่านั้นละ รีบวิ่ง ๆ วิ่งให้เร็วที่สุด โดยมีพี่เหมียว น้องเบลล์ และ พี่เพน รออยู่ที่เส้นชัย ความรู้สึกมันดีใจจนน้ำตามันไหล นึกว่าจะไม่รอดแล้ว คิดว่าต้อง DNF แล้วงานนี้เพราะเส้นทางและเวลามันหมดแล้ว พี่เจ้าหน้าที่นำเหรียญมาให้ เรายังถามพี่เจ้าหน้าทีเลยว่าได้เหรียญด้วยหรือค่ะ พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ค่ะ  ให้เพราะความมุ่งมั่นและมาถึงเส้นชัยนี้ได้ เรารับเหรียญแล้วกอดพี่ๆ ทุกคน

เราใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบ 10 ชม. ด้วยระยะ 34.6 km. แถมเยอะจริงอะไรจริง 55555+ ปีหน้าไม่ขอแบบนี้แล้วนะคะ 

“จบงานนี้  หัวใจเรากลับมาพองโตอีกครั้งและอยากจะสู้อีกครั้ง ตั้งใจเอาไว้ว่าจะแพลนลงฟูลมาราธอนดูสักครั้ง

สรุปโดยรวม  Western Forest Trail 2019 (WFT2019)  การบริหารจัดการดีมาก   อาหารและน้ำดื่ม เพียงพอ เย็นชื่นใจ  เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยนักวิ่งเข้าถึงตัวนักวิ่งได้เร็ว  รถกู้ภัยนี้วิ่งตลอดเส้น ถ้าจะติก็คงเป็นเรื่องเวลาและระยะทางและการแจ้งข่าวสารให้นักวิ่งได้รู้ทั่วถึง นอกนั้นให้ภาพและเสียงสะท้อนของนักวิ่งท่านอื่นๆ เล่าเรื่อง

งานนี้ต้องขอบคุณ  พี่เหมียว น้องเบลล์ คอยบิ้วไม่ให้ถอยก่อนออกวิ่งคอยดึงคอยลากไปซ้อมซิตี้รัน เพราะหน้าทุกคนลอยมาตอนเจอแดด   ขอบคุณพี่เพนที่คอยเป็นไกด์ให้น้องลองทำสควอส 200 ต่อวัน 555555+ ปวดก้นกันไป  

ขอบคุณพี่ติ๊กและทีมแพนด้าพาวิ่งที่มารับพาไปวิ่งและพากลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพแถมพาไปเลี้ยงอาหารก่อนตีรถเข้ากรุงเทพฯ 

ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ยอมปล่อยให้ลูกออกมาวิ่งกลางป่ากลางเขา 555+ ขอบคุณทุกๆกำลังใจ  ขอบคุณร่างกายที่ไม่งอแง  ขอบคุณการตัดสินใจที่ไม่ผิดพลาด  ไว้เจอกันใหม่ในสนามหน้านะคะ 

ปล. แม่พึ่งรู้ว่าวิ่งแล้วอุปกรณ์มันเยอะ แต่แม่ยังรู้ไม่หมดว่าลูกไปวิ่งเล่นกลางป่าแบบนี้ 555555+

แล้วเจอกันใหม่ในสนามวิ่งหน้าค่ะ

เครดิตรูป และ บทความ :: รีวิวทุกที่