รีวิวทุกที่

www.everywherereview.com เป็นเว็บที่รวบรวม สาระน่ารู้ประโยชน์ต่างๆ พร้อมกับการรีวิว อุปกรณ์ , เครื่องสำอาง , สนามวิ่ง , ร้านอาหาร และ ชวนทำชวนกินของอร่อย

Breaking

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

กันยายน 11, 2562

สมุนไพรยาจีนเตรียมตัวก่อนศัลยกรรม

สมุนไพรยาจีนเตรียมตัวก่อนศัลยกรรม


เรื่องการศัลยกรรมสมัยนี้เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว และ มีคลินิกหลายๆคลินิกต่างพากันออกโปรโมชั่นเพื่อเชิญชวนให้สาวๆ หนุ่ม ๆที่รักสวยรักงานเข้าใช้บริการ ข้อมูลในการเลือกใช้บริการตามคลินิกศัลยกรรมอยากจะแนะนำให้หาข้อมูลของคลีนิคนั้นประกอบกับสามารถเช็คชื่อคุณหมอที่ทำศัลยกรรมให้เราได้ซึ่งตรงนี้ลองหาข้อมูลสมาคมศัลยแพทย์อีกครั้ง แต่วันนี้แอดมินอยากจะมาแนะนำยาสมุนไพรก่อนผ่าตัดศัลยกรรม ข้อบอกว่าแอดมินไม่ได้มีความรู้ตรงนี้แต่เพียงเป็นแค่ประสบการณ์ที่ทานเอง และอยากบอกต่อเพื่อว่าท่านใดสนใจไปหาซื้อทานได้ 

สมุนไพรตัวแรก คือ  “ เหล่งเอี้ยง  ” สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาจีน อีกแหล่งหนึ่งคือ เยาวราช  ซึ่งเหล่งเอี้ยงจะประกอบด้วยสมุนไพรหลายๆชนิด ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ เขากุย เหมาะสำหรับผู้ช่วยที่จะได้รับการผ่าตัดในกรณีต่างๆ ผู้ป่วยที่จะได้รับการคีโมเพราะด้วยฤทธิ์ของสมุนไพรจะสามารถลดการอักเสบจากการผ่าตัดได้ดีและเร็วกว่าปกติและช่วยลดการข้างเคียงจากการทำคีโมและฉายแสงนอกจากนี้ยังช่วยดับพิษร้อนในตับ ล้างพิษ และ แก้กระหายน้ำ ฟื้นฟูพละกำลังไม่ให้อ่อนเพลีย พร้อมยังปรับสมดุลในร่างกายให้ฟื้นจากพิษไข้ต่างๆได้ และยังช่วยให้นอนหลับสบายมากขึ้น 

สมุนไพรตัวที่สอง คือ “ หยุนหนานไป่เหยา ” โดยมีโซมคนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งส่วนประกอบในสมุนไพรที่มีคุณสมบัติสร้างเลือดและห้ามเลือด ฟื้นฟูเลือดโดยสลายพิษในเลือด แก้อักเสบและบรรเทาอาการเจ็บปวด หยุนหนานไป่เหยา จึงนิยมสำหรับคนศัลยกรรมและผ่าตัดต่างๆ เพราะจะช่วยบรรเทาและลดอาการบวม อักเสบของแผลได้เป็นอย่างดี ช่วยลดอาการช้ำเหลือง ช้ำม่วง ช้ำเขียวจากการทำศัลยกรรมต่างๆ จึงช่วยย่นระยะเวลาในการพักฟื้นได้เร็วมากขึ้น 

สมุนไพรที่แอดมินได้กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นสมุนไพรที่แอดมินได้ลองทานเองและได้รับผลลัพธ์นั้นมาจริงจึงนำมาเขียนบอกต่อกับผู้ที่สนใจกำลังจะไปทำศัลยกรรมจะได้เตรียมพร้อมไปก่อน สำหรับเรื่องการรับประทานนั้นสามารถสอบถามได้จากเภสัชกรประจำร้านแนะนำแอดมินไม่สามารถแนะนำได้ ส่วนแหล่งซื้อก็ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วนะคะ

เครดิตข้อมูล :: N-bliss .com
เรียบเรียง :: แอดมินรีวิวทุกที่ 


วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562

สิงหาคม 13, 2562

คุกกี้สิงคโปร์ไร้แป้งไร้น้ำตาล (S'pore Cookies (LCHF) )

คุกกี้สิงคโปร์ไร้แป้ง ไร้น้ำตาล (S'pore Cookies (LCHF))


ห่างหายจากการลงสูตรขนมไปซะนาน เรียกได้ว่านานมากจริงๆ และ ช่วงนี้ชีวิตของฝนก็วนเวียนอยู่กับการดูแลตัวเองมากขึ้น คงเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นและพร้อมกับไปพาคุณพ่อไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ได้เห็นคนป่วยมากขึ้น และ ส่วนมากจะเป็นโรค NCDs ทั้งนั้น จึงทำให้หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้าง ขนมที่ทำก็เลยกลายเป็นขนมที่ไร้แป้ง และ ไร้น้ำตาล แต่ความอร่อยและความหวานเทียบเท่าเบเกอรี่ปกติ คือ หวานเทียบเท่านั้นเอง เลยออกมาเป็นคุกกี้สิงคโปร์ ไร้แปง ไร้น้ำตาล ( LCHF ) ถ้าฝนมีความรู้แน่นขึ้นสำหรับ Low Carb High Fat ( LCHF ) มากขึ้น ฝนจะมาเขียนอธิบายให้ฟังอย่างง่ายๆ แต่ถ้าใครสนใจสามารถเข้าไปที่ page LCHF Thailand ก่อนได้เลยนะคะ ไปดูสูตรคุกกี้สิงคโปร์กันดีกว่า

สูตรคุกกี้สิงคโปร์ ไร้แป้ง ไร้น้ำตาล

ส่วนผสม 
1 ) แป้งผสม 200 กรัม ( แป้งอัลมอลล์ 150 กรัม และ แป้งมะพร้าว 50 กรัม )
2 ) อิริทอล 90 กรัม ( สารให้ความหวานที่ไม่กระตุนอินซูลินในตับอ่อน)
3 ) เกลือ 3 กรัม
4 ) ถั่วแมคคาเดเมีย 50 กรัม ( สามารถเปลี่ยนเป็นถั่วลิสงแทนได้ )
5 ) น้ำมันมะกอก 125 กรัม (หรือเปลี่ยนเป็นเนยแท้ละลาย)
6 ) ผงฟู 1 ชช.
7 ) เมล็ดมะม่วงหินมะพานดิบ ( สำหรับแต่งหน้าคุกกี้ )

ไข่สำหรับทาหน้าคุกกี้ ส่วนผสมดังนี้ 
1 ) ไข่ไก่ เบอร์อะไรก็ได้ 1 ฟอง
2 ) เกลือเล็กน้อย
3 ) น้ำมันมะกอก 1 ชต.
4 ) สีเหลือผสมอาหารนิดเดียว
** วิธีการทำไข่สำหรับทาหน้าคุกกี้ให้นำทุกอย่างผสมและคนเข้าด้วยกัน) 


วิธีการทำเนื้อคุกกี้
1 ) ร่อนแป้งอัลมอลล์ ผงฟู อิริทอล ให้เข้ากัน พร้อมกับใส่เกลือและถั่วแมคคาเดเมียตามลงไป ใช้มือคนให้ส่วนผสมกระจายให้ทั่วและเทน้ำมันมะกอกตามลงไป จนส่วนผสมเข้ากันดี ค่อยๆนวดจนเนื้อคุกกี้เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีเศษแป้ง
2 ) ตัดแป้งแบ่งออกเป็นก้อนละ 50 กรัม และบีบๆปั้นๆ ให้ดูแป้งมีความแน่น
3 ) นำมาบีบคลึงให้เป็นท่อนกลมบีบหรือตัดกะขนาดตามชอบ หรือ จะใช้แม่พิมพ์เป็นตัวกดก็ได้
4 ) นำไปทาไข่ 1 รอบ แปะเม็ดมะม่วงหินมะพานดิบแล้วทาไข่ซ้ำอีก 1 รอบ
5 ) อบด้วยอุณหภูมิ 170 องศา ( ไฟบนล่างประมาณ 22 นาที หรือจนสุก  คุกกี้จะมีกลิ่นหอมออกมา )
** หมายเหตุ 
- ไฟเตาอบของแต่ละบ้านไม่เท่ากัน ให้เริ่มจากไฟอ่อนก่อนก็ได้ค่ะ
- ถ้าใช้แม่พิมพ์เป็นตัวกด ให้เนื้อคุกกี้มีความหนาอยู่ที่ 1 ซม.
- เวลาแซะขนมให้แซะตอนร้อนไม่งั้นคุกกี้จะติดถาดอบ

วิธีการทำไม่ยากเกินไปใช่ไหมค่ะ เน้นไปที่ถั่วและน้ำตาลที่ใช้ทดแทนน้ำตาลจริงๆที่มีแต่ให้โทษต่อร่างกาย ลองนำสูตรนี้ไปทำทานกันดูนะคะ ฝนทำออกมาแล้วอร่อยดีค่ะ หวานเหมือนคุกกี้ปกติ

เครดิตสูตร :: อาจารย์ตุ้มฝนเอามาแปลงสูตรค่ะ
แปลงสูตรและเรียบเรียง :: แอดมินฝน รีวิวทุกที่

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562

สิงหาคม 02, 2562

ประโยชน์ของไวน์แดง ( red wine )

ประโยชน์ของไวน์แดง (red wine)


ไวน์แดงมีประโยชน์ต่อร่างกายนะคะ มีสารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายซึ้งเป็นที่ทราบโดยทั่วกันอยู่แล้วว่ากลุ่มผู้รักสุขภาพจะต้องหลีกเลี่ยงการทานเครื่องดื่มกลุ่มแอลกอฮอลเพราะมีปริมาณน้ำตาล  แคลลอลี่ที่สูง แถมยังเป็นตัวทำร้ายตับในร่างกายแต่มีสิ่งเดียวที่ผู้ทานอาหารเพื่อสุขภาพทานได้คือ ไวน์แดง เพราะประโยชน์ที่มีต่อร่างกายช่วยกระตุน และ ป้องกันการเกิดมะเร็งและโรคสมองเสื่อม

ช่วยลดสิว ไวน์แดงจะมีสารต้านอนุมูลอิสระเรสเวอราทรอล ( resveratrol )  ซึ่งพบสารนี้มากในองุ่น มีงานค้นคว้าว่า สารเรสเวอราทรอลอาจจะช่วยยับยั้งการเจริญเติมโตของแบคทีเรียที่ก่อให้สิวได้

ช่วยป้องกันหวัด มีนักวิจัยเชื่อว่าการดื่มไวน์อาจจะช่วยลดการอักเสบและช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้

ช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง  มีงานวิจัยหนึ่งพบว่าไวน์แดงมีสารต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือกและฟัน ซึ่งนักวิจัยคาดว่าสารโพลีฟีนอลและสารเคมีที่พบในองุ่นอย่างเรสเวอราทรอบอาจมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียได้

ไวน์แดงอาจช่วยเพิ่มปริมาณไขมันดี  งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เป็นว่า ไวน์แดงอาจเพิ่มระดับไขมันดี ( HDL ) ในเลือดได้ โดยมีงานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้ดื่มไวน์แดง 1-2 แก้วต่อวัน เป็นเวลาติดต่อกัน 1 เดือน มีระดับไขมันดีในเลือดเพิ่มขึ้น 11-16 % เมื่อเทียบกับผู้ดื่มน้ำเปล่า

ไวน์แดงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง มีนักวิจัยพบว่าการดื่มไวน์แดงอาจจะช่วยป้องกันระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งอาจช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ เนี่องจากไวน์แดงประกอบด้วยสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบจึ่งเชื่อกันว่าสารฟีนอลที่พบมากในไวน์แดงนั้นอาจช่วยยับยั้งการเกิดสารอนุมูลอิสระของไขมันไม่ดีและช่วยให้ผนังหลอดเลือดถูกทำลายน้อยลง

ไวน์แดงช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อม มีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การดื่มไวน์แดงอาจช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้ โดยคาดว่าสารเรสเวอราทรอลในไวน์แดงมีฤทธ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบซึ่งอาจจะช่วยป้องกันการสะสมของโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคอัลไซเมอร์

จากประโยชน์ด้านด้านสรุปได้แล้วว่าคนที่รักสุขภาพสามารถทานไวน์แดงเพื่อเสริมสร้างและป้องกันได้สายสุขภาพใครยังชอบดื่มก็ลองหาเอาไว้ติดบ้านกันได้เลยนะคะ

เครดิต :: pobpad.com , heart.org
เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่ 

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 24, 2562

โรค NCDs ภัยใกล้ตัวรู้ก่อนเป็นดี

โรค NCDs  ภัยใกล้ตัวที่คนในปัจจุบันควรตระหนัก รู้ก่อนเป็นดี


ช่วยนี้เรากำลังอินกับกระแสสุขภาพเป็นอย่างมากเพราะคุณพ่อไม่สบายเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆเราซึ่งเป็นลูกก็ต้องดูแลท่าน และด้วยความไปโรงพยาบาลบ่อยทำให้ได้เห็นคนป่วยเยอะมากและก็เป็นโรคที่มาเป็นแพคเกจถึงกับเราต้องตกใจเลยทำให้เราหันกลับมามองที่ตัวเอง และ บอกกับตัวเองว่าต้องรักร่างกายนี้ให้มากๆ ก็เริ่มทำการหาข้อมูลใน internet แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ในความอยากรู้ของเราได้เพราะมันหลายสำนักมากๆ ตาลาย ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดีแต่ก็พอมีพื้นฐานอยู่บางจากการไล่อ่านข้อมูลเรื่องการดูแลสุขภาพ แต่ก็ไม่เคยทำตามได้เลย ตัดสินใจซื้อหนังสือมาอ่าน  ในหนังสือกล่าวถึงโรค NCDs ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันคือโรคอะไร  ทำการหาข้อมูลเพิ่มขึ้นและถึงขั้นตกใจว่าโรคที่ผู้สูงอายุเป็นกันและมาเป็นแพคเกจเนี้ยคือโรค NCDs นี้เอง  เจ้าโรคนี้ยังเป็นภัยคุกคามกลุ่มคนที่ปล่อยปะละเลยการดูแลสุขภาพอีกด้วย  มันพร้อมที่จะเริ่มเป็นในช่วงอายุที่สั้นขึ้นคือกลุ่มคนที่มีอายุที่ 30 – 40 ปี  ซึ่งเป็นที่น่ากลัวมาก  เราอยากให้คนวัย 30 – 40 ปี หันมาดูแลสุขภาพกันก่อนที่จะเป็นโรค NCDs และต้องกินยารักษากัน  ซึ่งการรักษาจริงๆแล้วแค่เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และ เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แค่นี้ก็ทำห่างใกล้จากกลุ่มโรคนี้

โรค NCDs (non-communicable diseases )ไม่ใช้โรคที่ติดต่อร้ายแรง แต่เป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงการรับประทานอาหารของคนในปัจจุบัน   เรียกได้ว่าเป็นโรคของคนยุคใหม่ที่เกิดขึ้นได้มากที่สุดคือ " วัยทำงาน "  ซึ่งได้รับผลกระทบจากความเจริญก้าวหน้าทางสังคมที่ทำให้คนในวัยนี้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป  ทั้งอาหารการกิน การออกกำลังกาย และ การนอนหลับ เป็นตัวที่จะเปิดโอกาสให้โรค NCDs นี้เกิดขึ้นได้ ได้แก่  โรคเบาหวาน  ความดันดันโลหิต โรคหัวใจ โรคไขมันในเลือดสูง หอบหืด ภูมิแพ้ ภูมิแพ้ผิวหนัง โรคอ้วน มะเร็ง หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดแดงแข็งตัว  ซึมเศร้า  ร้อนใน  และ กลุ่มโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ เป็นต้น

จากที่กล่าวข้างต้นล้วนเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภคของเราที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม เป็นตัวก่อเกิดโรคทั้งหลายนั้น ถ้าอยากอยู่ห่างจากกลุ่มโรค NCDs เราจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกอย่างหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์  สารอาหารครบถ้วน เลี่ยงของหวานหรืองดการบริโภคน้ำตาลตัวการที่ทำให้เกิดโรค  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  และ นอนพักผ่อน 6 – 7 ชม. เพราะการนอนสำคัญไม่แพ้การกิน  การนอนช่วยให้ร่างกายพักผ่อนและซ่อมแซมร่างกายจากการเหนื่อยล้ารวมถึงฮอโมนต่างๆจะออกมาตอนที่เรานอนหลับและการพักผ่อนเนี้ยละจ๊ะ ไว้จะหาข้อมูลเกี่ยวกับการพักผ่อนมาลงไว้ให้นะคะ  แต่ที่รู้มาคือ “ยิ่งนอนยิ่งหน้าเด็ก ” นะคะ

ข้อมูลอ้างอิง :: bumrungrad.com , หนังสือ สุดยอดวิธี  กินดี  ไม่มีป่วย
เรียบเรียง :: แอดมินฝน  รีวิวทุกที่ 

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 17, 2562

Intermittent fasting สำหรับผู้เริ่มต้น

Intermittent fasting (IF)  สำหรับผู้เริ่มต้น 

การทำ Intermittent fasting เรียกสั้นๆได้ว่า ( IF ) คือการที่เราเว้นช่วงในการทานอาหารของวัน  โดยมีการแบ่งออกเป็นช่วงๆมี IF(12/12) ,IF(16/8), IF(23/1) หรืออาจจะเป็น  IF(22/2) แอดมินเชื่อว่าหลายๆคนงงกับตัวเลขที่แอดมินเขียนขึ้นจริงๆแล้วมันเป็นการเว้นช่วงการอดอาหารกับการทานอาหาร นั้นเอง ในช่วงที่เราจะอดอาหารนั้นรวมถึงการช่วงเวลาที่เรานอนด้วย และถ้าเราฝึกฝนไปเรื่อยๆ โดยที่ต้องไม่ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดเราสามารถได้รับประโยชน์จากการเว้นช่วงอดอาหารนั้นได้อีกด้วย สิ่งที่จะได้รับจากการเว้นช่วงอดอาหารนั้นคือฮอโมนต่างๆ ที่เริ่มเสื่อมสภาพกลับมาทำงาน และ ยังสามารถช่วงซ่อมแซมร่างกายซึ่งทำให้ร่างกายห่างไกลจากโรคต่างๆที่เกิดจากการอาหารที่ทำร้ายร่างกายทำให้เกิดโรค  ช่วงเวลาในการอดอาหารหรือจะเรียกว่าอยู่ในช่วง fasting สิ่งที่เราสามารถทานได้คืออาหารที่ไม่แคลอรี่เลย เช่น  น้ำเปล่า น้ำผสมเกลือ น้ำผสมน้ำส้มสายชูหมัก กาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาล ชาเขียวหรือชาดำที่ไม่ใส่น้ำตาล  

ช่วงเวลาในการทำ if ในช่วงแรกๆสำหรับผู้ที่กำลังฝึกฝนอยู่นั้นมีอยู่ 2 ช่วง คือ IF (12/12) และ IF (16/8) สองช่วงเวลานี้เป็นระยะสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกซึ่งทำได้ง่ายๆโดยมีหลักการดังนี้ คือ 

ตัวอย่างที่ 1 ตั้งโจทย์ให้กับร่างกายตัวเราเอง คือ วันนี้17/07/62  จะทำ IF (12/12 ) คือ  เราจะทำการอดอาหารเป็นเวลา 12 ชั่วโมง และ เราจำกินอาหารในเวลา 12 ชั่วโมง ถ้าเกินจากเวลาที่เรากำหนดไว้นั้นเราจะหยุดกิน   เช่น นาย ก. หยุดกินอาหารตอนเวลา18.00 น. ของวันที่ 17/07/62  ให้เริ่มนับเวลาจากตอนหยุดกินคือ 19.00น .ไปให้ครบ 12 ชั่วโมง ให้นับช่วงเวลาในการนอนไปด้วย  นาย ก. จะได้เริ่มกินอาหารอีกรอบคือเวลา 6 โมงเช้าของวันที่ 18/07/62  โดยนาย ก กินอาหารได้ตามปกติและหยุดกินตอนเวลา 18.00 น. ของวันที่ 18/07/62  แต่ถ้าอยากให้เห็นผลจากการทำ IF (12/12)นั้น นาย ก จะต้องควบคุมอาหาร โดยเน้นอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน ไม่ทานจุกจิก ถ้าตัดอาหารจำพวกอาหารที่มีการปรุงแต่ง และ มีส่วนผสมของน้ำตาลออกไปได้จะทำให้เห็นผลมากขึ้น  
ข้อดีของการทำ IF (12/12) คือ ไม่ทำให้ร่างกายเครียดจนเกินไปและสามารถหยุดการทานจุกจิกได้ ทำให้เรามีระเบียบวินัยในการทานอาหารมากขึ้น  

ตัวอย่างที่ 2  ตั้งโจทย์ ให้กับร่างกายตัวเราเอง คือ วันนี้ 17/07/62 จะทำ IF (16/8) คือ เราจะทำการอดอาหารเป็นเวลา 16 ชั่วโมง และ เราจะกินอาหารภายในเวลา 8 ชั่วโมง ถ้าเกินจากเวลาที่เรากำหนดไว้นั้นเราจำทำการหยุดกิน   เช่น  นาย ก. หยุดกินอาหารตอนเวลา 20.00 น.ของวันที่ 17/07/62  ให้เริ่มนับเวลาจากตอนหยุดกินคือ 21.00 น. ไปให้ครบ 16 ชั่วโมง รวมถึงการนอนหลับไปด้วย นาย ก. จะเริ่มทานอาหารที่มีแคลอรี่ได้คือเวลาเที่ยงวันของวันที่ 18/07/62 และหยุดกินในเวลา 20.00 น.ของวันที่ 18/07/62  โดยในช่วงเวลาเช้า 6 โมงเช้า – 12.00 น. นาย ก. จะทานได้แค่น้ำเปล่า  กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ชาเขียวหรือชาดำไม่ใส่น้ำตาลเท่านั้น  ในช่วงเที่ยง ของวันที่ 18/02/62 ที่นาย ก เริ่มทานอาหารที่มีแคลอรี่นั้นนาย ก จะต้องคุมอาหาร และ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์  ตัดอาหารที่มีการปรุงแต่งและมีส่วนผสมของน้ำตาล จะทำให้การทำ IF (16/8) นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น 
ข้อดีของการทำ IF (16/8) คือ ไม่ทำให้ร่างกายเกิดความเครียด ทำให้ร่างกายมีระเบียบวินัยในการทานอาหาร และ ร่างกายได้เคลียอาหารที่ยังคงค้างในร่างกายได้มากขึ้น  ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า

ข้อดีของการทำ Intermittent fasting
1 ) ช่วยลดไขมันสะสม และ กระตุ้นการเผาผลาญ พร้อมกับการสร้างกล้ามเนื้อ
2 ) ยับยั้งการอักเสบภายในร่างกายได้ ช่วยซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื้อที่เกิดความเสียหาย
3 ) ลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ

จากที่ยกตัวอย่าง 2 ช่วงเวลาสำหรับผู้เริ่มต้นเป็นวิธีที่ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นที่คิดจะทำ IF แต่สำหรับผู้เคยทำมาและผ่านการฝึกฝนมาแล้วคงทราบถึงข้อดีในการทำ IF  ถ้าเราหมั่นฝึกฝนร่างกายของเราเกิดการปรับตัวความสามารถในการอดอาหารของเรานั้นได้นานขึ้นเราจะพบว่าร่างกายของเรานั้นฉลาดและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  อาการเจ็บป่วยที่เคยเกิดขึ้นก็ค่อยๆหายไป  ฉะนั้นเรามาฝึกการทำ IF และ จัดระเบียบการทานอาหารกันดีกว่าเพื่อสุขภาพที่ดี และ หางไกลจากหมอ ถ้าใครสนใจวิธีการ IF อย่างจริงจังแล้วละก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มใน อากู๋ หรือในกลุ่ม Intermittent fasting Thailand ใน Facebook ดูนะคะ 

เรียบเรียง :: แอดมินฝน รีวิวทุกที่



วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 15, 2562

ดีท็อกด้วยน้ำผักผลไม้กันดีกว่า

ดีท็อกด้วยน้ำผักผลไม้กันดีกว่า
ช่วงนี้กระแสสุขภาพและการดูแลตัวเองกำลังเป็นกระแสที่ใครหลายคนจับตามอง และ แอดมินก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่นชอบกระแสนี้มาก การทานอาหารคลีน  การทานอาหารแบบคีโต หรือ การทานอาหารแบบโลว์คาร์บ ล้วนเป็นวิถีและวิธีการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่ง  ทำให้เราห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ อย่างที่ปู่ย่าตายายเราเคยกล่าวไว้  เราควรทานอาหารเป็นยา จะได้ไม่ต้องไปเสียตังค่ายาให้กับหมอ หัวข้อนี้แอดมินอยากเขียนเป็นบทความมานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เขียน เพราะตัวแอดมินเป็นผู้ที่ชื่นชอบทานผักผลไม้อยู่แล้วและกระแสการกินน้ำเซเลอรี่ก็ตามมาตอนนี้ก็กำลังหมดกระแสลงแต่ตัวแอดมินก็ยังคงวนเวียนอยู่กับการทานน้ำผักผลไม้อยู่เลยพยายามหาสูตรมาเขียนให้ ถ้าเอาสูตรของแอดมินทานเองเกรงว่าท่านผู้อ่านจะทานไม่ไหวเพราะผักใบเขียวกันเน้นๆ  หรือถ้าใครอยากลองไว้รอบหน้าจะเอามาลงไว้ให้นะคะ เราไปดูสูตรน้ำผักผลไม้ดีท็อกกันดีกว่า  

สูตรน้ำผักผลไม้ดีท็อก ::  ปวยเล้ง + แอปเปิ้ลเขียว
ส่วนผสม
ปวยเล้ง 1 กำมือ 
แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก 
น้ำสะอาด  1 แก้ว
วิธีทำ
1. ล้างปวยเล้งและแอปเปิลเขียวให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้
2. จากนั้นนำส่วนผสมทุกอย่างปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด 
3. เทน้ำผัก-ผลไม่ปั่นใส่แก้ว สามารถเติมรสชาติด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาได้ เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม
  • ปวยเล้งมีสรรพคุณในการบำรุงเลือด เป็นผักใบเขียวที่มีวิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง ซึ่งวิตามินซีก็มีประโยชน์ในกระบวนการทำงานของระบบเผาผลาญ ส่วนแอปเปิลเขียวก็เป็นผลไม้ไฟเบอร์สูงที่ช่วยลดความอ้วน
สูตรน้ำผักผลไม้ดีท็อก  :: น้ำมะเขือเทศ+แตงกวาปั่น
ส่วนผสม
     • มะเขือเทศ 2 ลูก
     • แตงกวา 1+1/2 ลูก
วิธีทำ
     1. ล้างส่วนผสมให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้ จากนั้นนำแตงกวาลงไปปั่นก่อน
     2. เมื่อแตงกวาเริ่มละเอียดให้ใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ลงไปปั่นรวมกัน 
     3. ปั่นต่อจนมะเขือเทศและแตงกวาเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม
  • ด้วยสรรพคุณของมะเขือเทศทำให้ผิวสวยแล้ว มะเขือเทศยังมีความฉ่ำน้ำ ยังพกสรรพคุณในการลดน้ำหนักมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย ๆ ช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย และช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในเลือด  ส่วนแตงกว่าก็มีความฉ่ำน้ำ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ตามปกติดียิ่งขึ้น
ลองนำสองสูตรนี้ไปลองทำทานกันดูนะคะ สิ่งสำคัญคือวินัยในการรับทาน ไม่ใช่ทาน  2 สูตรนี้แล้วจะหุ่นดีทันที จะลดน้ำหนักประสบความสำเร็จได้ก็ต้อง ทานอาหารให้พอเหมาะ ไม่เค็ม ไม่หวาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย เท่านี้เชื่อว่าท่านผู้อ่านก็จะมีสุขภาพดี 

เครดิต :: กระปุกดอทคอม 
เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 08, 2562

อุปกรณ์ในการวิ่งเทรลเบื้องต้น

อุปกรณ์ในการวิ่งเทรลเบื้องต้น 3 อย่างเท่านั้น

เรารู้แล้วว่าการวิ่งเทรลนั้นคือการวิ่งในเส้นทางที่วิบากและท้าทายตามกลางป่า และ หุบเขา ของแต่ละภูมิภาคซึ่งในการจัดงานวิ่งเทรลบางที่ผู้จัดก็ไม่สามารถนำน้ำดื่ม อาหารสำรอง เข้าไปจัดเตรียมให้กับนักวิ่งได้  ตัวนักวิ่งเองจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตนเอง และ เพื่อความปลอดภัยในการวิ่งที่อยู่ตามทางกลางป่า อุปกรณ์หลักๆนั้นมีไม่เยอะ  ส่วนมากจะเป็น accessory ที่ใช้ประกอบในตอนถ่ายในสนามซะมากกว่า

อุปกรณ์ในการวิ่งเทรล 

  • รองเท้าสำหรับวิ่งเทรล  :: อยากยกให้ส่วนรองเท้าเป็นส่วนสำคัญที่สุดเพราะว่าขึ้นชื่อว่าวิ่งทามกลางป่า และ หุบเขา เราต้องหารองเท้าที่เหมาะกับสภาพพื้นที่นั้นๆ เพื่อเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนตัว กระโดด ปีน หรือ ตอนกำลังก้าวไต่ขึ้นที่สูง รองเท้าสำหรับวิ่งเทรลจึงเป็นส่วนสำคัญมาก เคยเห็นนักวิ่งหลายๆท่านที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรองเท้า สุดท้ายเจอความสูงที่ต้องไต่ขึ้นไปต้องไถลลื่นลงและทำให้เกิดการบาดเจ็บ ถ้าเป็นภายนอกก็รักษาง่ายหน่อยแต่ถ้าเกิดบาดเจ็บภายในกล้ามเนื้อเราไม่สามารถมองเห็นได้เลยและอาจจะหมดสนุกตอนวิ่งไปอีกเลย 
  • เป้น้ำหรือกระเป๋าคาดเอวที่สามารถพกพาขวดน้ำ :: สนามวิ่งเทรลหลายๆสถานที่จัดอยู่ในกลางหุบเขาที่มีผาสูงชัน หรือ ไม่ก็เขาไปในป่าลึกๆ ซึ่งไม่สามารถนำสิ่งของไปจัดตั้งเตรียมไว้บริการการน้ำดื่มให้กับนักวิ่งได้ ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญรองลงมาจากรองเท้าคือเป้น้ำหรือกระเป๋าคาดเอวที่สามารถพกพาขวดน้ำได้ สำหรับขนาดและความจุของกระเป๋านั้นขึ้นอยู่กับสนามที่เราไปวิ่งและกฎข้อบังคับของงานนั้นๆ ส่วนมากจะแนะนำไม่ต่ำกว่า 1 ลิตร  เข้าไปวิ่งในป่าเราไม่ควรประมาทนะจ๊ะ  
  • เสื้อ กางเกง ถุงเท้า :: สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เสื้อและกางเกงสำหรับใส่วิ่งเทรลนั้นควรจะมิดชิดเพื่อป้องกันการโดนหนามหรือหินที่บาดผิวซึ่งเสื้อผ้า กางเกงที่สวมใส่นั้นจะต้องระบายอากาศได้เป็นอย่างดีและมีความยืดหยุ่นตามร่างกายเราได้
  • อุปกรณ์อื่นๆ  แล้วแต่ความสะดวกและการเงินในกระเป๋าของเราเอง
สิ่งที่อยากจะบอกก็มีอยู่ 3 อย่างเท่านั้นละคะ เพราะบางนักวิ่งบางคนที่เราเจอมักจะเห็นต้องขาดอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 ข้อแล้วก็บ่นตลอดเส้น  บางก็บาดเจ็บจากรองเท้าที่ไม่เกาะพื้นดินและรองเท้าไม่เหมาะกับสภาพพื้นผิวของสถานที่นั้นๆ บางก็หิวน้ำเพราะไม่ได้เอาเป้น้ำมาเพียงหวังว่าผู้จัดจะไม่ใจร้ายอาจจะมีน้ำดื่มให้ในจุดที่ภูเขาสูง  อยากให้คิดเอาไว้แบบนี้ ผู้จัดเตรียมจุดน้ำดื่มไว้ให้แต่บางจุดและบางจุดผู้จัดก็ไม่อาจเข้าไปถึงได้  เราอยากให้นักวิ่งหน้าใหม่ที่จะเริ่มเข้ามาวิ่งเทรลตะหนักถึงความปลอดภัยของตัวเอง ถ้าให้ดีทางทีมงานแจ้งอุปกรณ์บังคับแนะนำให้ทำการเตรียมไปตามผู้จัดแนะนำ อย่าคาดหวังกับผู้จัดงานมากเกินไป แม้กว่าจะเสียเงินค่าสมัครราคาแพงก็ตาม สิ่งสำคัญในการสมัครงานวิ่งให้คิดว่าเรามาวิ่งเพราะอะไรและต้องการอะไรในการวิ่งครั้งนี้  แล้วนักวิ่งทุกคนจะได้วิ่งเทรลอย่างสนุกและปลอดภัย 

เครดิตรูป :: jungfrauregion.swiss/en/summer/see-and-do/activities/trail-running 
เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่ 

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 05, 2562

วิ่งเทรล ( trail-running ) คืออะไร

วิ่งเทรล ( trail-running ) คืออะไร

เรามาทำความรู้จักกับการวิ่งแนวใหม่ที่พึ่งเข้ามาในบ้านเราได้ไม่นานแต่ในปี2019 ช่วงต้นปีถึงกลางปีมานี้งานวิ่งเทรลนี้บูมขึ้นเป็นดอกเห็ดซึ่งแต่ละจังหวัดของประเทศไทยก็มีเส้นทางที่เหมาะกับการจัดงานวิ่งเทรลอยู่ได้หลายจังหวัด การวิ่งทามกลางป่า และ เส้นทางวิบาก ที่แตกต่างจากการวิ่งตามท้องถนนหรือพื้นผิวถนนที่เรียบนั้นเป็นเสน่ห์ของเส้นทางวิ่งเทรล  ด้วยความท้าทายในร่างกาย ทำให้นักวิ่งหน้าเก่าหน้าใหม่หลงใหลในการวิ่งเทรลมากขึ้น 
ข้อดีของการวิ่งเทรล 
1 คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด  และสูดอากาศที่บริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปวด บรรยากาศที่เงียบสงบและสดชื่น (แล้วแต่ช่วงฤดูกาล) เพิ่มสมาธิต่อการวิ่งได้เป็นอย่างดี
2 บางครั้งการวิ่งที่ได้มองธรรมชาติรอบกาย ได้มองต้นไม้น้อยใหญ่ มีเสียงแมลง นกร้อง ทำให้คุณรู้สึกสงบ และผ่อนคลายความเครียด ซึ่งหาไม่ได้จากการวิ่งตามพื้นถนน
3 เป็นเสมือนการผจนภัย เชื่อได้เลยว่าคนที่ได้วิ่งเทรลแรกๆ ต้องมีหลงเส้นทาง  แต่ยังหาทางกลับเข้าเส้นทางหลักได้ บางทีการวิ่งเทรลมันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นเพราะเราจะไม่รู้ว่าเวลาอยู่ในป่าจะต้องเจออะไรบาง ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการวิ่งเทรลที่ไม่สามารถควบคุมได้แตกต่างจากวิ่งในเมือง
4. ได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน การวิ่งเทรลอย่าวังว่าจะได้เจอทางเรียบแบบไร้เนินเขา  ด้วยเสน่ห์ของการวิ่งเทรลนั้นจะต้องวิ่งขึ้นวิ่งลง กระโดด และ ใช้มือยืดค้ำ กล้ามเนื้อ ปอดและหัวใจต้องทำงานหนักกว่าการวิ่งในเมือง  ถ้าเราผ่านไปได้จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นแน่นอน
5 สนามแข่งจะไม่มีความจำเจ  สร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิ่งทุกท่านได้เสมอ ถ้าลองบอกว่าวิ่งระยะฮาล์ฟในหัวเมืองต่างๆ ก็พออาจจะเดาเส้นทางได้ แต่การวิ่งเทรลนั้นต้องมาลุ้นเส้นทางกันว่าทางผู้จัดจะให้เราวิ่งไปทางเส้นทางไหน มีความชันและพื้นสภาพการวิ่งนั้นเป็นอย่างไร
6 เหมือนได้เป็นการออกไปเที่ยว การวิ่งเทรลส่วนมากจะเกาะกลุ่มกันไป บ้างก็ไปออกวิ่งกับก๊วนรู้ใจ จะได้คอยช่วยกันในตอนหลงป่า  ความเร็วในการวิ่งเทรลนั้นไม่ค่อยสำคัญเท่ากับความสนุกที่ได้ในการวิ่งไปกับเพื่อนๆ ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและชาวบ้านพื้นอาศัยในพื้นที่นั้นๆด้วย

รู้แล้วอย่างนี้เราอยากจะชวนเพื่อนๆไปวิ่งเทรลด้วยกันตื่นเต้นและท้าทาย ทามกลางป่าไม้ หุบเขาเล็กใหญ่รอพวกเราอยู่นะคะ  อย่ามั่วแต่อยู่แต่ในบ้านบนโลกนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย แบ่งเวลาเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อออกมาฝึกซ้อมพร้อมกับทำให้ร่างกายแข็งแรง  

อ้างอิง :: stepextra.com
เรียบเรียง :: แอดมินฝน รีวิวทุกที่ 

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 04, 2562

apple cider vinegar มีประโยชน์ช่วยลดอ้วน...

Apple cider vinegar มีประโยชน์ช่วยลดอ้วน...


รู้หรือไม่ว่า apple cider vinegar หรือ ACV  คือน้ำส้มสายชูที่เกิดจากการหมักแอปเปิ้ลสด หรือเรียกอีกอย่างว่าน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล  ที่วิธีการหมักนั้นต้องน้ำแอปเปิ้ลมาบดและหมักในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและคัดกรอด จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบางๆลอยอยู่ที่คนที่ทานส่วนใหญ่เรียกว่า แม่ ( Mother)นั้นเอง

ประโยชน์ของ Apple cider vinegar หรือ น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 

  • ช่วยลดไขมันสะสมที่พุง :: มีผลการทดลองออกมาแล้วว่าคนที่น้ำหนักเกินดื่มน้ำผลสมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vinegar ) ในปริมาณที่แนะนำคือ วันละ 1 ช้อนชา ติดต่อกันเป็นเวลา 12 สัปดาห์จะช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน และลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้
  • ช่วยย่อยอาหาร :: น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vinegar ) จะช่วยระบบย่อยอาหาร แก้อาหารท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้น  ป้องกันอาการอาหารไม่ย่อย โดยก่อนรับประทานอาหารมื้อหนักๆ เช่น อาหารที่มีเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก  โดยผสมกับน้ำผลไม้  เช่น น้ำมะนาว + น้ำเปล่า และเติม ACV 1 ช้อนชา 
  • ช่วยระบบหายใจ :: ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อธรรมชาติ แก้ไซนัส แก้เจ็บคอ แก้หวัด แก้การเกิดเสมหะ ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากก็ได้ ทันตแพทย์แนะนำว่าควรผสมน้ำ 2 ส่วน กับ น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วน จากนั้นก็กลั้วลงคอสัก 1 นาที แก้อาการเจ็บคอ วิธีนี้ช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อหวัดในลำคอ
  • ช่วยลดน้ำหนักได้ดี  ::  มีการใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vinegar ) ในการลดน้ำหนักมาเป็นพันปี โดยน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น ผลการวิจัยในปี 2005 พบว่า ผู้ที่รับประทานขนมปังกับน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลเล็กน้อยจะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่าคนที่ทานแต่ขนมปังอย่างเดียว 
  • บรรเทาเบาหวาน :: พบว่าน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลนั้นช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และยังไปช่วยลดคอเลสเตอรอล  
  • ช่วยดีท็อกซ์ และ ช่วยระบบเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น :: ช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นกระบวนการล้างพิษแบบธรรมชาติของร่างกายให้มีประสิทธิ์ภาพดียิ่งขึ้น
  • ใช้บำรุงผิวพรรณ :: เราสามารถใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vinegar ) เป็นยาสมานแผลได้และแก้ผื่นคันจากการแพ้ได้ หรือใช้เป็นยารักษาจุดด่างดำ แผลจากสิว ผิวหนังจะมีการผลัดเซลล์ผิว 
  • ช่วยดูแลหนังศีรษะ แก้โรคคัน กำจัดรังแค แก้ผมแตกปลาย  :: น้ำส้มสายชูหมักช่วยฆ่าเชื้อราที่ผิวหนัง โดยผสมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vinegar ) กับน้ำให้เจือจากทาตรงบริเวณที่เป็นเชื้อราหรือใช้ทำความสะอาดศีรษะ โดยผสมน้ำส้มสายชูหมักกับน้ำเปล่า 1 ถ้วย ล้างศีรษะหลังจากสระด้วยแชมพูแล้ว ให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยลดอาการคันศีรษะขจัดรังแคและช่วยให้ผมกลับมามีน้ำหนักเงางามได้ 
รู้ว่ามีประโยชน์อย่างนี้แล้วท่านที่เข้ามาอ่านลองไปหาซื้อมาเก็บเอาไว้ใช้ก็ดีเหมือนกันนะคะ  ตอนนี้ไม่ได้มีแต่แอปเปิ้ลเพียงอย่างเดียวแล้ว ตอนนี้มีน้ำส้มสายชูหมักจากมะพร้าวเพิ่มเข้ามาอีกด้วย คุณสมบัติไม่ต่างจากแอปเปิ้ลเลยแถมราคายังย่อมเยากว่าแอปเปิ้ลครึ่งต่อครึ่ง สามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เกตชั้นนำทั่วไปนะคะ

อ้างอิง :: healthplatz.co , uchicagomedicine.org
เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่ 

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 03, 2562

ชวนทำกิมจิผักกาดขาว

กิมจิผักกาดขาว

หลังจากที่ปล่อยสูตรไชเท้ากิมจิไปแล้วเราก็ยังมีสูตรกิมจิผักกาดขาวมาให้ค่ะ ซึ่งสูตรในการทำก็คล้ายๆกับไชเท้ากิมจิ  ซึ่งประโยชน์ของการทานกิมจิจริงมากมาย จุลินทรีย์ที่ได้จากการหมักของกิมจินั้นเป็นจุลินทรีย์ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย  เราเองก็ทำอยู่บ่อยครั้งให้กับที่บ้านกิน เอาไปทานกับอะไรก็อร่อย  ถ้าทำเยอะก็สามารถเก็บใส่ตู้เย็นเอาไว้ทานได้ 
วัตถุดิบ 
  • ผักกาดขาว 2 กิโล  
  •  หัวไชเท้า , แครอท  สอยร่วมกันพอประมาณ ( แล้วแต่ชอบ )
  • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ 
  • เกลือ
  • พริกปาปิก้า หรือ พริกป่นเกาหลี   60 กรัม  
  • โกชูจัง   ( น้ำพริกเกาหลี ) 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาแท้  2 ทัพพี
  • ต้นหอม   7-8 ต้น ( หันเป็นท่อนๆ ) 
  • ขิง  (ขนาดนิ้วหัวแม่มือ ) 
  • กระเทียม  7-8 กลีบ ( ถ้าชอบกลิ่นฉุนมากก็สามารถให้เพิ่มได้ )
  • แอปเปิ้ล , สาลี   อย่างละ 1 ลูก 

วิธีการทำกิมจิผักกาดขาว 
  • 1) นำผักกาดขาวมาหันเป็นท่อน ๆ คลุกกับเกลือให้ทั่วแล้วหาภาชนะปิดทับแล้วทิ้งไว้ 30 นาที  จากนั้นนำมาล้างน้ำสะอาดแล้วบีบน้ำให้ผักออกอย่างเบามือพักทิ้งไว้ในตะกร้าให้สะเด็ดน้ำ   
  • 2) เตรียมเครื่องที่จะต้องปรุงลงไปในกิมจิต้นหอมใช้ประมาณ 7 – 8 ต้น นำมาสอยหรือหันเป็นท่อนๆ ขิงใช้ขนาดหัวแม่มือ และ กระเทียมใช้ประมาณ 7-8 กลีบ แอปเปิ้ลและสาลีอย่างละครึ่งลูก  มาปั่นร่วมกันให้ระเอียดแล้วพักไว้  
  • 3) นำไชเท้า แครอท  แอปเปิ้ล + สาลี ที่เหลือครึ่งลูกมาสอยให้เป็นเส้น 
  • 4 ) นำผักกาด ไชเท้า แครอท แอปเปิ้ล สาลี ที่เตรียมเอาไว้มาใส่กะมัง จากนั้นนำเครื่องที่เราปั่นเอาไว้ในข้อ 2 เทตามลงไป ใส่โกชูจัง 2 ชต. ,น้ำปลา 2 ทัพพี , พริกปาปิก้า 60 กรัม ,น้ำตาลทราย 4 ชต.  แล้วทำการคลุกอย่างเบามือให้ทั่วจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ชิมรสตามชอบถ้าอยากให้เค็มขึ้นสามารถเติมน้ำปลาเพิ่มได้ จากนั้นเก็บลงกระปุกปิดให้มิดชิดทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วเปิดออกมาชิมรสว่าเปรี้ยวหรือยัง ถ้าเปรี้ยวตามรสที่ชอบแล้วสามารถเก็บเข้าตู้เย็นได้เก็บไว้ทานได้เป็นเดือน ถ้าชอบเปรี้ยวมากสามารถเพิ่มวันหมักได้  
ดูจากสูตรแล้ววัตถุดิบส่วนมากจะเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และ วิธีการทำนั้นก็ไม่ยากอย่างนี้จะรออะไร ออกไปจ่ายตลาดแล้วลงมือทำกันเลย สามารถทำขายเป็นรายได้เสริมอีกทางในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ 

เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กรกฎาคม 02, 2562

แพนเค้กจากกากเซเลอลี่

แพนเค้กจากกากเซเลอลี่
จากกระแสยอดฮิตการกินน้ำผักเซเลอลี่ในช่วงที่ผ่านมาและยังคงมีอย่างต่อเนื่องไม่ใช้แค่เซเลอลี่จะฮิตอยู่ตัวเดียวยังกระตุนการกินน้ำผักกลับมาอีกครั้ง แต่การคั้นน้ำผักมันก็ต้องมีกากจะทิ้งก็เสียดายเปล่าๆ ช่วงนี้ผักมีราคาค่อนข้างสูงงั้นเราก็เอากากของผักที่ถูกคั้นน้ำออกไปแล้วมาทำขนมกันดีกว่า ครั้งนี้ฝนต้องขอนำเสนอกากของเซเลอลี่แล้วทำไมต้องเป็นเซเลอลี่ละอย่างอื่นได้ไหมที่นำมาทำ  ฝนอยากจะบอกว่าได้ค่ะใช้กากผักตัวอื่นๆมาทำก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นซาลาลี่ ที่ฝนใช้เซเลอลี่ในการทำเพราะว่าที่บ้าน ฝน กับ แม่ ยังคงทานเซเลอลี่ปั่นกันอยู่เรื่อยๆเท่านั้นเองจะทิ้งกากไปก็เสียดาย  อย่างถ้าเพื่อนๆคันน้ำแครท หรือ แอปเปิ้ล ก็สามารถเอากากมาทำขนมได้เช่นกันอย่าทิ้งเสียดายของ เพราะกากมันก็เท่ากับเป็นไฟเบอร์อย่างนึ่งที่ร่างกายต้องการ แถมยังเป็นขนมโลว์คาร์บอีกด้วย เราไปดูวัตถุดิบกันดีกว่า
วัตถุดิบในการทำแพนเค้กจากกากเซเลอลี่
  • กากซาลาลี่ที่ถูกคั้นน้ำออกแล้ว  
  • ผงฟู 
  • ไข่ไก่  1-2 ฟอง (ขึ้นอยู่กับปริมาณของกากเซเลอลี่ที่ใช้)
  • แป้งอัลมอลล์  1 ช้อนโต๊ะ  ( ถ้ากากเซเลอลี่เยอะสามารถเพิ่มแป้งลงไปอีกได้) 
  • เกลือ 
  • วานิลลาเอ็กซ์แทรค
  • น้ำมันมะกอกสำหรับทอด 
วิธีการทำแพนเค้กจากกากเซเลอลี่
นำกากเซเลอลี่ที่เราเตรียมเอาไว้ ใส่ผงฟู + แป้งอัลมอลล์ + เกลือ+ วนิลา  จากนั้นคลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วค่อยตกไข่ไก่ใส่ลงไปตีกันให้ทั่วถึงจนเป็นเนื้อเดียวกัน คล้ายเนื้อแป้งแพนเค้กพักทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นเตรียมกระทะทอดแพนเค้ก เทน้ำมันมะกอกลงในกระทะ น้ำมันพอร้อนค่อยใส่แป้งที่เราตีเอาไว้ลงไปทอดใช้ไฟอ่อนดูว่าเริ่มเกรียมค่อยกลับข้างดูแล้วแพนเค้กเราเริ่มสุกจะมีสีเหลือๆน้ำตาลอ่อนๆ ค่อยตักขึ้น พร้อมเสริฟกับกาแฟดำร้อนๆ เป็นมื้อเช้าได้อีก 1 มื้อ  อย่าทิ้งเอาไว้นานแบบฝนนะคะไหม้ไป 1 ด้านเลยค่ะ

ไม่ยากเกิดกว่าที่ทุกคนจะทำใช่ไหม  ฝนไม่สามารถบอกสัดส่วนได้แน่ชัดแต่ถ้าเราใช้ไข่ 2 ฟองจะทำให้เนื้อแป้งแพนเค้กที่ได้นั้นเหลวซึ่งเวลาทอดก็ต้องระวังไม่ให้ไหม้ พลิกกลับอีกข้างยากหน่อย แต่ถ้าใส่ไข่ 1 ฟองสำหรับฝนคิดว่ากำลังพอดีแต่เนื้อสัมผัสที่ได้จะไม่นุ่มมาก  แล้วแต่คนชอบนะคะลองทำทานกันดูทานคู่กับกาแฟดำก็อร่อย หรือ จะเอาแพนเค้กที่ได้มาทำเป็นฐานแป้งพิซ่าก็ได้เป็นอาหารแนวสุขภาพ โลว์คาร์บไปอีกแบบไว้เจอกันสูตรอาหารครั้งหน้านะคะ ถ้าฝนเขียนผิดหรือเขียนไม่เข้าใจสามารถคอมเม้นท์ใต้บทความนั้นได้เลยค่ะ

เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2562

มิถุนายน 28, 2562

หล่อฮังก๊วยความหวานที่เป็นมิตร

" หล่อฮังก๊วย " ความหวานที่เป็นมิตร


เรามาทำความรู้จักกับหล่อฮังก๊วยกันดีกว่า หล่อฮังก๊วยเป็นพืชพื้นเมืองของทางตอนใต้ของประเทศจีนและทางภาคเหนือของไทย หล่อฮังก๊วยจัดได้ว่าเป็นพืชสมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ผลของหล่อฮังก๊วยมีลักษณะกลมเหมือนไข่เป็ด มีเปลือกแข็งล้อมรอบเนื้อผลไม้แต่มีความเปราะ ในช่วงที่ยังไม่สุกผลจะมีสีเขียวและเข้มขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นสีเขียวเข้มแกมดำและผลจะรีลง
สรรพคุณของหล่อฮังก๊วย 
หล่อฮังก๊วยเมื่อนำมาสกัดจะให้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล โดยสารให้ความแทนน้ำตาลที่สกัดได้นี้ให้ความหวานถึง 250-300 เท่าของน้ำตาลทราย จึงนิยมนำมาเป็นสารเพิ่มความหวานในอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน โดยที่ไม่ส่งผลต่อน้ำตาลในกระแสเลือด
ทางการแพทย์ของจีนจะนำผลของหล่อฮังก๊วยไปตากแห้งจากนั้นจะทำการเคาะหากใช้ได้แล้วจะมีเสียงกังวสน สามารถนำมาต้มหรือผสมกับจับเลี้ยงเพื่อปรุงเครื่องดื่มแก้ร้อนในได้ ซึ่งสรรพคุณที่ได้กล่าวมานี้ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีอาการไอ เสียงแหบแห้ง บรรอาการหลอดลมอักเสบ และโรคทางเดินหายใน เมื่อในสมัยโบราญผู้ป่วยที่มีโรคไอกรนแพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำที่มีหล่อฮังก๊วยผสมอยู่เพราะสามาระช่วยบรรเทาอาการของโรคได้ 
ประโยชน์ของหล่อฮังก๊วย 
  • ใช้เป็นสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล ขับเสมหะ แก้ไอ แก้เจ็บคอ บำรุงปอด
  • ให้ความหวานที่มากกว่าน้ำตาลสูงถึง 200-300 เท่า ซึ่งเป็นน้ำตาลฟรุกโทสที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • มีกลิ่นหอมหวาน เหมาะจะนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นยาอายุวัฒนะของคนจีน
  • ช่วยป้องกันให้ร่างกายหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) ที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้
  • มีสรรพคุณยับยั้งการเกิดผื่นคัน หรืออาการแพ้ฝุ่น แพ้อากาศ และโรคหอบหืดได้
  • ประโยชน์ของหล่อฮังก้วยช่วยบำรุงหัวใจ และลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือด
  • ช่วยลดคราบภายในหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างปกติ
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ยับยั้งภาวะเสื่อมสภาพตามร่างกาย
  • ช่วยรักษาอาการอักเสบ การติดเชื้อ ดับพิษร้อน รักษาอาการจับไข้ โรคลมแดด
  • สรรพคุณของหล่อฮังก้วยช่วยในการลดน้ำหนักได้ดี ไขมันต่ำและช่วยป้องกันการติดความหวานจากน้ำตาลได้
  • ลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ประโยชน์ของหล่อฮังก้วยช่วยป้องกันเซลล์มะเร็ง
รู้สรรพคุณและประโยชน์ของหล่อฮังก๊วยกันแล้วลองหาซื้อมาทานกันได้นะคะ และเดี๋ยวนี้ก็มีแบบที่สกัดออกเป็นเกร็ดคลายกับน้ำตาลแล้วด้วยสามารถหาลองมาชิมกันดู และนิยมกันมาในหมู่ผู้ทานคีโตซึ่งผู้คนกลุ่มนี้จะไม่ทานน้ำตาลเลยแต่ยังต้องการความหวานที่ไม่ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดในเลือดซึ่งหล่อฮังก๊วยเป็นตัวที่ตอบโจทย์กับคนกลุ่มนี้มากสุด ถ้าลดน้ำหนักโดยการเลี่ยงน้ำตาลหล่อฮังก๊วยเป็นตัวหนึ่งที่ใช้แทนน้ำตาลได้เช่นกัน   ถ้าใครอยู่ที่กรุงเทพเราสามารถหาซื้อได้ที่เยาวราช ตามร้านขายยาจีน บอกเลยว่ามีทุกร้าน

เครดิต :: wikipedia.org , sukkaphap-d.com
เรียบเรียง :: รีวิวทุกที่ 

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2562

มิถุนายน 26, 2562

ไชโป๊วยำคลุกข้าวสวยก็ดี ทานกับข้าวต้มก็อร่อย


ไชโป๊วยำ " คลุกข้าวสวยก็ดีทานกับข้าวต้มก็อร่อย 



วันนี้เราจะมาแชร์สูตรการทำไชโป๊วยำ เป็นอีก1เมนูในดวงใจที่ฝนชอบมากแต่ก็โดนสั่งห้ามทานเยอะด้วยรสชาติขของที่บ้านทำนั้นจัดจ้านแต่ทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือ ทานกับข้าวต้มร้อนๆก็อร่อย รสชาติที่เปรี้ยวๆหวานๆ  และเค็มตามวิธีการทำก็ไม่ยากเป็นสูตรที่คุณแม่ฝนทำให้ทานประจำ ฝนไม่รู้ว่าสูตรนี้จะเหมือนกับสูตรของเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านหรือเปล่านะคะ  เราไปดูสูตรกันเลยดีกว่านะคะ 


วัตถุดิบไชโป๊วยำ
  • ไชโป๊วหัดเต๋า 
  • กระเทียมซอยหันเป็นแว่นๆ  
  • น้ำตาลโตนด และ น้ำตาลทราย  , มะนาว ,น้ำปลา 
  • พริกขี้หนูสอยละเอียด 

วิธีการทำไชโป๊วยำ
ส่วนที่ 1 ) นำไชโป๊วล้างน้ำให้สะอาดพึ่งให้เสด็จน้ำนำมาหันเป็นลูกเต๋าพอดีคำ นำกระเทียมสอยที่เราหันเป็นแว่นใส่ตามลงไป 
ส่วนที่ 2 ) ส่วนของน้ำยำอัตราส่วนขึ้นอยู่กับความชอบของเราแต่ให้ใส่ น้ำมะนาว + น้ำตาลโตนด (หรือน้ำตาลปีบ) คนให้ละลายก่อนจากนั้นเทลงไปในส่วนที่ 1 คือไขโป๊วกับกระเทียมที่เราเตรียมเอาไว้ จากนั้นคลุกให้ทั่ว แล้วค่อยเต็มน้ำปลาตาม ในการเต็มน้ำปลานั้นให้ค่อยๆเต็มแล้วชิมรสตามชอบแต่อย่าให้เค็มเกินไปนะคะ ไม่งั้นจะแก้ไขยาก ถ้าอยากให้มีรสหวานแหลมขึ้นมาอีกนิดให้เติมน้ำตาลทรายลงไปด้วยนิดหน่อยคลุกเค้าให้ทั่ว โรยด้วยพริกขี้หนูสอยละเอียด ความเผ็ดตรงนี้ขึ้นอยู่กับเราชอบเช่นกัน เท่านี้เป็นอันจบวิธีการทำไชโป๊วยำแล้วค่ะ 
รสชาติของที่บ้านทาน :: จะเปรี้ยวนำและหวานตามพร้อมกับมีความเค็มและหอมไปด้วยกระเทียมสอย
หมายเหตุ   :: น้ำตาลโตนดจะมีรสชาติหวานนุ่ม , ส่วนของน้ำตาลทรายจะมีรสชาติหวานแหลม  
สูตรในการทำไชโป๊วยำของที่บ้านฝนไม่ยากเกินไปใช่มั้ยค่ะ เชื่อว่าใครๆก็ทำยาก ลองทำเอาสูตรไปทำดูนะคะ  ใครอยากเติมชูรสก็สามารถเติมได้ แต่ฝนแพ้ชูรสทานแล้วคอแห้ง หิวน้ำปล่อยนะคะ 
เรียบเรียง :: ฝน แอดมินรีวิวทุกที่